| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 24 December 2015 09:51 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 490,000 ยูนิต ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 9.1% ส่งผลให้ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และบ่งชี้ว่ายอดขายบ้านมีแนวโน้มทำสถิติพุ่งขึ้นมากที่สุดในปีนี้ นับตั้งแต่ปี 2007 อย่างไรก็ดี ยอดขายในเดือนตุลาคมได้ถูกปรับลดลง สู่ระดับ 470,000 ยูนิต จากเดิมที่ 495,000 ยูนิต นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดขายบ้านใหม่จะอยู่ที่ระดับ 504,000 ยูนิต ด้านราคากลางของบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ 305,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่สำรวจโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 92.6 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และสูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 91.8 และสูงกว่าระดับ 91.3 ของเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐจะปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 92.0 อันเป็นผลมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนราว 2 ใน 3 ของจีดีพีสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันที่ระดับต่ำ และการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในเดือนพฤศจิกายนทรงตัว เมื่อเทียบรายเดือน แต่เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดในปีนี้ ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบรายปี ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเดือนที่ 43 ติดต่อกัน รายได้ส่วนบุคคลในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนตุลาคม โดยปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน จากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของค่าแรง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า รายได้ส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้น 0.2% ส่วนอัตราการออมอยู่ที่ระดับ 5.5% หลังจากอยู่ที่ระดับ 5.6% ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2012 ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปในเดือนพฤศจิกายนทรงตัว เมื่อเทียบรายเดือน โดยการใช้จ่ายด้านการทหารช่วยหนุนยอดสั่งซื้อ ซึ่งยอดสั่งซื้ออาวุธพุ่งขึ้น 44.4% และหากไม่นับรวมปัจจัยดังกล่าว ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐจะลดลง 1.5% ขณะที่หากไม่รวมหมวดการขนส่งซึ่งมีความผันผวน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนลดลง 0.1% นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่เป็นสินค้าทุนที่ไม่นับรวมสินค้าด้านอาวุธและเครื่องบิน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายด้านอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ของบริษัทต่างๆ ลดลง 0.4%
ยุโรป: ฝรั่งเศส สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) รายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนพฤศจิกายนลดลงมากเกินคาดถึง 1.1% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2014 ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 0.2% ทั้งนี้ ผู้บริโภคปรับลดการใช้จ่ายในหลายด้าน ได้แก่ พลังงานไปจนถึงเสื้อผ้า หลังจากที่สภาพอากาศไม่ได้อยู่ในภาวะหนาวเย็นมากนัก โดยผู้บริโภคลดการใช้จ่ายด้านพลังงาน 5.6% ขณะที่ลดการใช้จ่ายด้านเสื้อผ้า 4.7% ซึ่งต่างก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยสภาพอากาศที่อบอุ่น
อังกฤษ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ รายงานว่า เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวในอัตราต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 2 และ 3 ทั้งนี้ อังกฤษมีการขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายไตรมาส โดยต่ำกว่าระดับ 0.5% ที่มีการประเมินในเบื้องต้น และเมื่อเทียบรายปี การขยายตัวในไตรมาส 3 ยังถูกปรับลดลงสู่ 1.8% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ระดับ 1.9% นอกจากนี้ สำนักงานสถิติยังปรับลดตัวเลขการขยายตัวในไตรมาส 2 สู่ระดับ 0.4% เมื่อเทียบรายไตรมาส จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ระดับ 0.7% คาดว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจอังกฤษจะส่งผลให้ธนาคารกลางอังกฤษตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไป ถึงแม้ธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เอเชีย: จีน ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า จะขยายช่วงโมงการซื้อขายหยวนในตลาดปริวรรตเงินตราในเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2016 นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนจะอนุญาตให้ธนาคารต่างประเทศมากขึ้นสามารถเข้าสู่ระบบการค้าสกุลเงินต่างประเทศของจีน (CFETS) ซึ่งเป็นหน่วยงานในธนาคารกลางจีน ทั้งนี้ชั่วโมงการซื้อขายหยวนในระบบ CFETS จะดำเนินไปจนถึงเวลา 23.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือ 22.30 น.ตามเวลาไทย ณ วันที่ 4 ม.ค. แทนที่จะสิ้นสุดในเวลา 16.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น
อินเดีย ดุลการชำระเงินของอินเดียได้เข้าสู่ภาวะขาดดุลในไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลายเป็นผู้ขายสุทธิสินทรัพย์ทางการเงินของอินเดียในไตรมาส 3 เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ธนาคารกลางอินเดียรายงานว่า อินเดียมียอดขาดดุลการชำระเงิน 0.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. หลังจากมียอดเกินดุล 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย. โดยอินเดียเพิ่งทำสถิติยอดเกินดุลการชำระเงินสูงสุดที่ 3.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค. อินเดียมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาส 3 หรือ 1.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยเพิ่มขึ้นจาก 1.2% ของจีดีพีในไตรมาส 2 ในขณะที่การส่งออกชะลอตัวลงอย่างรุนแรง อินเดียมียอดขาดดุลการค้า 3.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาส 3 โดยเพิ่มขึ้นจาก 3.42 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 อินเดียเคยทำสถิติยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงสุดที่ 4.8% ของจีดีพีในปี 2013
เกาหลีใต้ นายลี จู-ยอล ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้เตือนมิให้ตีความเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อใหม่ว่าเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็วๆนี้ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาจุดยืนที่ว่านโยบายการเงินจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ ในระหว่างการประชุมประจำเดือนกับผู้เชี่ยวชาญในภาคเอกชน นายลีกล่าวว่าดูเหมือนจะมีช่องว่างระหว่างธนาคารกลาง และผู้ที่คาดว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเกี่ยวกับวิธีการตีความเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ทบทวนใหม่ ในสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางได้กำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% สำหรับปี 2016-2018 เทียบกับกรอบเป้าหมาย 2.5-3.5% ที่ธนาคารกลางเคยกำหนดไว้ในช่วงเวลา 3 ปีที่สิ้นสุดในปีนี้ กระทรวงการค้า, อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้แถลงว่า เกาหลีใต้ต้องการจะเพิ่มความหลากหลายของผู้ขายน้ำมันให้แก่เกาหลีใต้ โดยเกาหลีใต้กำลังพิจารณาเรื่องการซื้อน้ำมันจากสหรัฐและอิหร่าน ในขณะที่สองประเทศนี้สามารถส่งออกน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น
ฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์ได้รับวงเงินสินเชื่อ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯจากธนาคารโลกเพื่อสนับสนุนความพยายามในการจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ธนาคารโลกระบุในแถลงการณ์ว่า ฟิลิปปินส์สามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อดังกล่าว ถ้าหากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ประกาศสถานะภัยพิบัติ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่ธนาคารโลกจัดสรรวงเงินสินเชื่อให้แก่ฟิลิปปินส์ โดยฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ใช้วงเงินสินเชื่อดังกล่าว
ไทย กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยข้อมูลการค้าประจำเดือนพ.ย.ในวันจันทร์ที่ 28 ธ.ค.เวลา 11.00 น. ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จะเปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือนพ.ย.ในวันอังคารที่ 29 ธ.ค.เวลา 10.30 น.ผลสำรวจของรอยเตอร์บ่งชี้ว่า การส่งออกของไทยในเดือนพ.ย.อาจลดลงเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน และผลผลิตอุตสาหกรรมจะลดลงอีกครั้งเนื่องจากภาวะอุปสงค์ชะลอตัวทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ค่ากลางในผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 13 คนพบว่า การส่งออกอาจลดลง 5.1% เมื่อเทียบรายปี จากที่ลดลง 8.11% ในเดือนต.ค. ส่วนการนำเข้าอาจลดลง 14.5% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ลดลง 18.21% ในเดือนต.ค. จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 10 คนพบว่า ดัชนี MPI เดือนพ.ย.อาจลดลง 2.0% เมื่อเทียบรายปี หลังจากลดลง 4.17% ในเดือนต.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีมั่นใจมาตรการและแนวทางที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ดำเนินการไป ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจกลับคืนมา โดยมั่นใจว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและเชื่อว่าจีดีพีในไตรมาส 4 จะโตได้ใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ซึ่งโต 2.9%
อื่นๆ รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจความเห็นผู้จัดการกองทุนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่านักลงทุนทั่วโลกปรับลดการถือครองหุ้นลงในเดือนธ.ค. และปรับเพิ่มการถือครองตราสารหนี้ให้สูงขึ้น ในขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และไม่แน่ใจว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในจังหวะเวลาที่รวดเร็วเพียงใด ผู้จัดการกองทุนปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงสู่ 47.9% ของพอร์ทลงทุนในเดือนธ.ค.ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. และปรับเพิ่มสัดส่วนการถือครองตราสารหนี้สู่ 37.9% ในเดือนธ.ค.ปีนี้ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2014 และสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดการสินทรัพย์ส่วนใหญ่ใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพุธ ( 23 ธ.ค.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินเอเซีย อย่างไรก็ดีนักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นก่อนช่วงวันหยุด โดยตลาดญี่ปุ่นปิดทำการในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนหลายรายหยุดพักผ่อนเนื่องในเทศกาลคริสต์มาส และใกล้ช่วงสิ้นปี ขณะที่รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯสำหรับไตรมาส 3/2558 ขยายตัว 2.0% ต่ำกว่าตัวเลขประเมินก่อนหน้านี้ที่ระดับ 2.1% และต่ำกว่าระดับ 3.9% ในไตรมาส 2/2558 แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 1.9% ส่วนยอดขายบ้านมือสองที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ในเดือนพฤศจิกายนลดลง 10.5% ซึ่งเป็นการทรุดตัวหนักที่สุดในรอบ 19 เดือน - เยน/ดอลลาร์ วันพุธ ( 23 ธ.ค.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯในปีหน้าจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป และปัจจัยเสี่ยงจากการที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมอ่อนแอลงส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงลงซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเงินเยนในขณะนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 23 ธ.ค.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้อย่างไรก็ดีการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะค่อยๆขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างช้าๆในปีหน้าก็ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯชะลอการแข็งค่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ส่วนทางด้านประเทศในยูโรโซนล่าสุดกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) อนุมัติการให้เงินช่วยเหลือ 1 พันล้านยูโร (1.10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) แก่กรีซ หลังจากที่กรีซเสร็จสิ้นการปฏิรูปชุดที่ 2 การให้เงินช่วยเหลืองวดนี้ของ ESM เป็นการเบิกจ่ายเงินกู้งวดที่ 3 จาก 1.6 หมื่นล้านยูโรที่บรรลุข้อตกลงกันในเดือนสิงหาคม
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ (23 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นในวันพุธเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นอย่างมากของหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่การดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันหนุนความเชื่อมั่นก่อนวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 1.06% สู่ 17,602.61, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 1.24% สู่ 2,064.29 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.90% สู่ 5,045.93 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ (23 ธ.ค.) ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.40% นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในช่วงแรกท่ามกลางสัญญาณใหม่ที่บ่งชี้ว่า บริษัทประกันได้เข้าซื้อหุ้นในช่วงปลายปี แต่ดัชนีลดลงในช่วงท้ายภาคบ่ายทำให้นักลงทุนกังวลแรงกดดันด้านสภาพคล่องจากบริษัท 5 แห่งที่เริ่มเปิดจองซื้อหุ้นที่เสนอขายหุ้นให้สาธารณชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในวันนี้ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น0.96%โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี แต่ภาวะซื้อขายเบาบางอย่างมากในสัปดาห์นี้ ก่อนตลาดปิดทำการในวันศุกร์นี้เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส - ตลาดหุ้นไทย วันพุธ (23 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับหลายตลาดหุ้นในเอเซีย ทั้งนี้ในวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 12.84 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 ธ.ค. 2558
|






![]() | Today | 1013 |
![]() | All days | 1013 |
Comments