| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Wednesday, 04 November 2015 09:18 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา กระทรวงสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 65.8 หลังจากที่ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีในเดือนกันยายนที่ระดับ 44.5 โดยเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของกิจกรรมภาคธุรกิจ ส่วนดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนลดลง 1.0% หลังจากที่ลดลง 2.1% ในเดือนสิงหาคม โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลง 0.9% ในเดือนกันยายน อันเป็นสาเหตุมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งได้กระทบการส่งออก ขณะที่การทรุดตัวของราคาน้ำมันก็ได้ทำให้บริษัทพลังงานลดการลงทุน นอกจากนี้ การลดลงของยอดสั่งซื้อยังเกิดจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ รวมทั้งการที่ภาคธุรกิจพยายามลดสต็อกสินค้าคงคลัง แทนที่จะผลิตเพิ่มเติม ประธานาธิบดีบารัค โอบามาลงนามในร่างงบประมาณระยะ 2 ปีเป็นกฎหมายแล้ว หลังจากที่สภาคองเกรสให้การอนุมัติในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สหรัฐหลุดพ้นจากความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในการประชุมเดือนหน้า การร่วงลงของพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปีส่งผลให้อัตราผลตอบแทนดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 2.200% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน จาก 2.185% เมื่อวานนี้ นักลงทุนพากันระบายการถือครองพันธบัตร นับตั้งแต่ที่เฟดส่งสัญญาณในสัปดาห์ที่แล้วว่าจะมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
ยุโรป: เยอรมนี สมาคมอุตสาหกรรม BDI ของเยอรมนีคงคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะขยายตัว 2% ในปีนี้ พร้อมยังระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของจีน
อังกฤษ สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ธนาคารสัญชาติอังกฤษ ประกาศแผนยกเครื่องธุรกิจครั้งใหญ่ด้วยการระดมทุน รวมทั้งการลดจำนวนพนักงานลงราว 15,000 ตำแหน่งภายในปี 2561 และการยุติกิจการในบางประเทศ หอการค้าอังกฤษเปิดเผยผลสำรวจกลุ่มผู้ส่งออกอังกฤษ โดยระบุว่า ยอดสั่งซื้อและยอดขายในต่างประเทศของไตรมาส3/2558 ขยายตัวในอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2009 เป็นต้นมา ทั้งนี้ การทำสำรวจดังกล่าวนี้จากการสอบถามบริษัททั้งสิ้น 1,257 แห่ง จัดทำขึ้นในระหว่างวันที่ 24 ส.ค.- 14 ก.ย. ซึ่งก่อนหน้านี้สมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) รายงานว่า ยอดสั่งซื้อที่ผู้ผลิตอังกฤษได้รับดิ่งลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ดี Markit รายงานว่า กิจกรรมภาคโรงงานและยอดสั่งซื้อเพื่อส่งออกของอังกฤษฟื้นตัวขึ้นในเดือนตุลาคม โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคโรงงานของอังกฤษเพิ่มขึ้นจากระดับ 51.8 ในเดือนกันยายน สู่ระดับ 55.5 ในเดือนตุลาคม Markit ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการก่อสร้างของอังกฤษ ในเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับ 58.8 จากระดับ 59.9 ในเดือนกันยายน โดยดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคการก่อสร้างยังคงมีการขยายตัว นอกจากนี้ ดัขนี PMI ภาคการก่อสร้างมีการขยายตัวติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง ถึงแม้การขยายตัวยังคงต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในปีที่แล้ว แต่ตัวเลขล่าสุดอยู่สูงกว่าระดับต่ำในเดือนเมษายน
เอเชีย: จีน รัฐบาลเมืองจางเจี้ยคูวของจีนระบุว่า จีนได้อนุมัติโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงมูลค่า 5.841 หมื่นล้านหยวน (9.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งจะใช้ในงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่กรุงปักกิ่ง คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปเมืองจางเจี้ยคูวระบุว่า ทางรถไฟความยาว 174 กิโลเมตรนี้จะเชื่อมกรุงปักกิ่งกับเมืองจางเจี้ยคูวในมณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน และจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปีครึ่ง โดยจะสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนต่อปี กรุงปักกิ่งของจีนสามารถเอาชนะเมืองอัลมาตีของคาซัคสถานได้ในเดือนก.ค.ปีนี้ในการชิงตำแหน่ง เจ้าภาพจัดงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 และส่งผลให้กรุงปักกิ่งกลายเป็นเมืองแรกของโลกที่ได้รับตำแหน่งเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดเผยว่า จีนจะค่อยๆยกเลิกข้อกำหนดโควต้าสำหรับการลงทุนในประเทศและต่างประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า พรรคได้ประกาศการปฏิรูปดังกล่าวในแถลงการณ์ที่ออกมา หลังจากคณะกรรมการกลางของพรรคได้จัดการประชุมนโยบายระดับสูงเพื่อกำหนดแผนเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับที่ 13 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อินโดนีเซีย ธนาคารกลางอินโดนีเซียเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียมีความเห็นเชิงลบในเดือนต.ค.แต่ก็ดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ย. และพวกเขามีความเชื่อมั่นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 99.3 ในเดือนต.ค. จากระดับ 97.5 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนก.พ.2009 ดัชนีความเชื่อมั่นที่สูงกว่าระดับ 100 บ่งชี้ว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคคาดว่า ภาวะเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยจะมีการจ้างงานใหม่, กิจกรรมทางธุรกิจ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น ผลสำรวจยังพบว่า มีการคาดการณ์ว่าแรงกดดันด้านราคาจะปรับตัวลดลงในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
ออสเตรเลีย ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.0% ในการประชุมวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ระบุว่าเงินเฟ้อที่ระดับต่ำอาจสนับสนุนให้ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหากจำเป็น RBA ประกาศมติดังกล่าวหลังการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนขณะที่นักวิเคราะห์ 17 จาก 21 คนในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า RBA อาจคงอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ ส่วนที่เหลืออีก 4 คนคาดไว้ว่า RBA อาจปรับลดดอกเบี้ยลง
ไทย คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) ออกไปอีก 3 ปี จากเดิมที่จะหมดลงในสิ้นปี 59 แต่ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการถือครองเป็น 7 ปีปฏิทิน จากปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 5 ปีปฏิทิน เพื่อส่งเสริมการออมในระยะยาว เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับผู้ลงทุน จากที่จะหมดอายุในปีหน้า ครม.ได้อนุมัติให้มีการขยายการหักภาษีไปอีก 3 ปี และมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ต้องถือครอง 5 ปี(ปฏิทิน) หรือทางปฏิบัติคือ 3 ปี 2 วัน ไปเป็น 7 ปี เพื่อให้เป็น 5 ปี 2 วัน ทั้งนี้มาตรการที่ให้นำเงินลงทุนในกองทุน LTF มาหักลดหย่อนภาษีจะสิ้นสุดลงในสิ้นปี 59 แต่ที่ผ่านมา สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เสนอให้ยืดอายุมาตรการดังกล่าวออกไป เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุน แต่อาจมีการปรับเงื่อนไขให้เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการออมมากขึ้น เช่น การเพิ่มระยะการถือครองหน่วยลงทุน ข้อมูลของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน(บลจ.) ระบุว่า ณ สิ้นเดือน ต.ค.58 มูลค่ากองทุน LTF ทั้งระบบ อยู่ที่ 2.62 แสนล้านบาท คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นให้ภาคเอกชนเร่งลงทุนในปี 58 และ 59 ซึ่งครอบคลุมทั้งกิจการที่ได้รับส่งเสริมลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และกิจการทั่วไป รวมทั้งกิจการในพื้นที่ทั่วไป และในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวในการแถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่ามาตรการที่ออกมา เชื่อว่าจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเร็วขึ้นและ มากขึ้น และในส่วนของเอกชนที่ไม่อยู่ในบีโอไอ ก็ยังมีจุดประสงค์เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างการผลิต และปรับประสิทธิภาพของตัวเอง เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ เขากล่าวว่ามาตรการกระตุ้นให้เอกชนเร่งลงทุนในปีนี้และปีหน้าจะแบ่งเป็นในส่วนผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ที่ได้รับการส่งเสริมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.57 ถึง 30 มิ.ย.59 ซึ่งหากมีการลงทุนถึง 70% ในสิ้นมิ.ย.59 จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มอีก 4 ปี แต่หากลงทุนได้เพียง 50% จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีก 3 ปี อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงทุนได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดดังกล่าว แต่สามารถลงทุนได้ถึง 50% ในสิ้นเดือนธ.ค.59 ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ ทางภาษีเพิ่มขึ้นอีก 2 ปี ในกรณีสุดท้ายหากไม่สามารถลงทุนได้ถึง 50% ภายในสิ้นปี 59 แต่สามารถเริ่มผลิตหรือเริ่มให้บริการ ได้ภายในปี 60 ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี สำหรับในพื้นที่ทั่วไป และเพิ่มขึ้น 2 ปี สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ อย่างไรก็ตามสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้เพิ่มขึ้นจากการเร่งลงทุนดังกล่าว เมื่อรวมกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับเดิม จะต้องไม่เกิน 8 ปี ตามกฎหมายของบีโอไอ เขากล่าวว่าภาคเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของบีโอไอ หากมีการลงทุนภายในปีนี้ จนถึงสิ้นปีหน้า ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ให้นำเงินลงทุนดังกล่าว มาหักลดหย่อนภาษีได้เป็น 2 เท่า ของเงินลงทุน โดยเงินลงทุนที่สามารถจะนำมาหักลดหย่อนดังกล่าว ได้แก่ เงินลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ รวมถึงสิ่งปลูกสร้าง และรถยนต์ ทั้งนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในเงื่อนไขของบีโอไอ สามารถจะเลือกได้ว่าจะรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมในเงื่อนไขของบีโอไอ หรือจะมารับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับนักลงทุนทั่วไปก็ได้ แต่ต้องแจ้งกับกรมสรรพากร ภายในสิ้นปี ว่าจะเลือกรับสิทธิประโยชน์แบบใด คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบการปรับกระบวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(PPP) เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น โดยจะลดระยะเวลาเหลือเพียง 9 เดือน จากเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลาตามขั้นตอนต่างๆ ถึง 1 ปี 10 เดือน กว่าที่จะเปิดประกวดราคาได้ การปรับกระบวนการดังกล่าว จะมีการรวบรวมขั้นตอนที่ต้องยื่นจากหลายหน่วยงาน มารวมไว้ในที่เดียวกัน รัฐบาลจะใช้ PPP เป็นส่วนสำคัญในการลงทุนทางด้านอินฟราสตรัคเจอร์ ของไทย การออกแบบกระบวนการใหม่ จะทำให้ขั้นตอนลดลงเหลือเพียง 9 เดือน ซึ่งจะทำให้กระบวนการลงทุนในอินฟราสตรัคเจอร์ของไทย เริ่มได้เร็วขึ้น
Money Market -บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 3 พ.ย.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์สอดคล้องกับสกุลเงินของหลายประเทศในเอเชียที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เช่นกันในวันนี้และสอดคล้องกับภาวะที่วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นเนื่องจากช่วงนี้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯในปีนี้โดนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อนหลังจากที่เศรษฐกิจภูมิภาคอื่นส่วนใหญ่ยังแย่และส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯก็ชะลอการฟื้นตัวลงตามไปด้วย อีกทั้งหากธนาคารกลางประเทศเหล่านี้ผ่อนคลายนโยบายมากขึ้นในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเร็วขึ้นซึ่งก็ยิ่งเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯทั้งด้านการส่งออกและอัตราเงินเฟ้อที่อาจจะห่างไกลจากเป้าหมายมากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดอลลาร์สหรัฐฯได้กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับบาทและสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวดีกว่าภูมิภาคอื่นยังหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า ซึ่งในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยคาดว่าค่าเงินบาทจะยังคงเคลื่อนตัวแคบๆเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจนกว่าที่จะมีความชัดเจนเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ -เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร (3 พ.ย.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าเมื่อเทียบกับเยน โดยในวันศุกร์นี้ทางการสหรัฐฯจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนตุลาคมหลังจากที่ในเดือนกันยายนตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้และมีการปรับลดตัวเลขของสองเดือนก่อนที่รายงานออกไปก่อนหน้านั้น -ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 3 พ.ย.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ในภาวะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงิน โดยในช่วงบ่ายดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโรสอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในช่วงบ่ายโดยช่วงนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีการเคลื่อนไหวไปในทั้งสองทิศทางตามข้อมูลเศรษฐกิจที่จะทยอยรายงานออกมา
Capital Market -ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 3 พ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน ขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 ปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 89.39 จุดหรือ 0.5% สู่ 17,918.15, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 5.74 จุดหรือ 0.27% สู่ 2,109.79 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 17.98 จุดหรือ 0.35% สู่ 5,145.13 -ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (3 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ โดยดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.89% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.20% ต่อเนื่องจากที่ลดลงหนักเมื่อวันจันทร์หลังการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนที่ชี้ถึงการหดตัวต่อเนื่อง สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่นวันนี้ปิดทำการ -ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 3 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นดัชนีได้ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 0.72 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 04 พ.ย. 2558
|
Comments