| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Tuesday, 07 March 2017 09:51 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนธันวาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานจะเพิ่มขึ้น 1.0% โดยปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5.5% โดยการปรับตัวขึ้นของยอดสั่งซื้อภาคโรงงานมีสาเหตุจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในเครื่องบิน อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบิน ลดลง 0.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยยอดสั่งซื้อดังกล่าวได้รับการจับตาว่าเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่น และแผนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีฉบับใหม่ โดนยกเลิกคำสั่งเดิมที่ออกในเดือนมกราคมในการห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ โดยคำสั่งใหม่ได้ยกเว้นอิรักจากรายชื่อประเทศซึ่งมีการประกาศก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ในคำสั่งฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 มี.ค.นั้น พลเมืองจาก 6 ชาติมุสลิม ซึ่งได้แก่ ซูดาน ซีเรีย อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย และเยเมน จะถูกสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐเป็นเวลา 90 วัน ขณะที่คำสั่งใหม่ดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ที่มีวีซ่า หรือถือกรีนการ์ด หรือใบอนุญาตให้พำนักเป็นการถาวรในสหรัฐ ขณะเดียวกัน คำสั่งใหม่ได้อนุญาตให้ผู้ที่มีวีซ่าเข้าสหรัฐภายในวันที่ 27 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่มีการออกคำสั่งฉบับเดิม และได้ถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐ สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ อย่างไรก็ดี คำสั่งฉบับใหม่ได้ระงับการรับผู้ลี้ภัยทั้งหมดเข้าสหรัฐเป็นเวลา 120 วัน แต่ไม่มีการระบุว่าจะระงับการรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียโดยไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด น้ำมัน สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ออกรายงานระบุว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกมีความเพียงพอสำหรับช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยได้แรงหนุนจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ และในบางประเทศ เช่น บราซิลอย่างไรก็ดี รายงานเตือนว่า ปริมาณอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นช้ากว่าความต้องการใช้น้ำมันหลังจากปี 2020 ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น โดยกำลังการผลิตส่วนเกินจะลดลง นอกจากว่าจะมีการอนุมัติการขุดเจาะน้ำมันในโครงการใหม่ในไม่ช้า ทั้งนี้ IEA คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะทะยานขึ้น ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันส่วนเกินมีแนวโน้มดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบ 140 ปี นายโมฮัมหมัด บาร์คินโด เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า โอเปกและประเทศนอกกลุ่มจะขยายการปรับลดกำลังการผลิตเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่นายบาร์คินโดกล่าวว่า การประชุมโอเปกจะมีขึ้นในเดือนพ.ค. และขณะนี้ก็ยังไกลเกินไปที่จะคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกจะขยายการปรับลดกำลังการผลิตหรือไม่ อย่างไรก็ดี นายบาร์คินโดแสดงความพึงพอใจต่อระดับสต็อกน้ำมันในตลาดโลกในขณะนี้ ทั้งนี้ ก่อนการประชุมโอเปกในเดือนพฤษภาคม คณะกรรมการตรวจสอบความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งรวมถึงรัสเซีย จะพบปะกันในการประชุมที่คูเวตวันที่ 25 มีนาคมนี้ สำหรับผลการประชุมเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนปีที่แล้ว กลุ่มประเทศโอเปกได้บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรล/วัน และจากนั้นในกลางเดือนธ.ค. ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกได้ตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลง 558,000 บาร์เรล/วัน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2017 และมีกำหนดเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในกลางปีนี้
ยุโรป: ยูโรโซน สถาบันวิจัย Sentix รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 20.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 หลังจากอยู่ที่ระดับ 17.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 18.5 โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกที่ว่าความเสี่ยงทางการเมืองทั่วโลกอาจสกัดการดีดตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ดัชนีย่อยเกี่ยวกับการประเมินสภาวะปัจจุบันในยูโรโซนพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2011 โดยอยู่ที่ระดับ 34.1 จากระดับ 31.3 ในเดือนกุมภาพันธ์
เยอรมนี ดอยซ์แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนี เตรียมระดมทุน 8 พันล้านยูโร (8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านทางการขายหุ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินทุนของธนาคาร หลังจากที่ดอยซ์แบงก์ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 ปีหลังจากที่นายจอห์น ไครอัน เข้ามาทำหน้าที่ผู้บริหาร ซึ่งในช่วงไตรมาส 4/2559 ดอยซ์แบงก์เปิดเผยยอดขาดทุนสุทธิ 1.9 พันล้านยูโร (2.05 พันล้านดอลลาร์) เนื่องจากธนาคารต้องสูญเสียเงินไปกับการปิดคดีความทางกฎหมาย นอกจากนี้ ภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจยังส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร ทั้งนี้ ดอยซ์แบงก์ได้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อยุติคดีความกับทางการสหรัฐและอังกฤษ โดยดอยซ์แบงก์จ่ายเงิน 425 ล้านดอลลาร์ ให้กับสำนักงานบริการการเงิน (DFS) ของรัฐนิวยอร์ก และจ่ายเงินให้กับสำนักงานกำกับสถาบันการเงินของอังกฤษ (FCA) จำนวน 163 ล้านปอนด์ (204 ล้านดอลลาร์) ใน นอกจากนี้ ธนาคารดอยซ์แบงก์ ได้จ่ายเงินค่าปรับ 3.1 พันล้านดอลลาร์ให้กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เพื่อยุติคดีที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) ซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงินโลกในปี 2551
เอเชีย: จีน นายจง หยง รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) เปิดเผยว่า จีนจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน เขากล่าวว่าการลงทุนในภาคเอกชนทรงตัว และมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุนนั้นกำลังแสดงผลลัพธ์ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของบริษัทเอกชนเพิ่มขึ้น 3.2% ในปีที่แล้ว หลังจากขยายตัวด้วยอัตราเลขสองหลักในรอบหลายปีผ่านมา สื่อมวลชนของรัฐบาลจีนระบุว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังจีนยืนยันว่า งบประมาณด้านกลาโหมของจีนจะปรับขึ้น 7% ในปี 2017 สู่ 1.044 ล้านล้านหยวน (1.5143 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สำนักข่าวซินหัวรายงานตัวเลขนี้ โดยอ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังที่ไม่ระบุชื่อ ในวันเสาร์ที่ผ่านมา นางฟู หยิง โฆษกรัฐสภาจีนกล่าวว่า จะมีการปรับเพิ่มงบประมาณกลาโหมราว 7% ในปีนี้ และงบประมาณกลาโหมจะมีสัดส่วนราว 1.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งใกล้เคียงกับระดับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีกระทรวงการคลังจีนไม่ได้บรรจุตัวเลขที่แน่นอนในรายงานที่นำเสนอในการเปิดสมัยประชุมประจำปีของรัฐสภาจีนในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก นายหนิง จีเจ๋อ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ของจีนกล่าวในการแถลงข่าวว่า จีนจะยังคงปรับลดกำลังการผลิตที่สูงเกินไปในภาคเหล็กกล้าในปี 2018 รายงานการทำงานของ NDRC ที่ได้รับการนำเสนอในงานเปิดประชุมประจำปีของรัฐสภาจีนระบุว่า จีนจะปรับลดกำลังการผลิตเหล็กกล้าลง 50 ล้านตัน และปรับลดกำลังการผลิตถ่านหินลงกว่า 150 ล้านตันในปีนี้ จีนปรับลดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปีนี้ ในขณะที่รัฐบาลจีนผลักดันการปฏิรูปอย่างยากลำบากต่อไปเพื่อแก้ไขการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของหนี้สิน และติดตั้งมาตรการสกัดกั้นความเสี่ยงทางการเงิน นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนระบุในงานเปิดสมัยประชุมประจำปีของรัฐสภาจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จีนตั้งเป้าที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวราว 6.5 % ในปีนี้ นายหลี่กล่าวว่า เป้าหมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และจะช่วยชี้นำการคาดการณ์และทำให้การคาดการณ์มีเสถียรภาพ จีนเคยกำหนดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 2016 ไว้ที่ 6.5-7.0% และบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ เมื่อเศรษฐกิจจีนเติบโต 6.7% ในปี 2016 โดยเศรษฐกิจจีนได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อธนาคารที่สูงเป็นประวัติการณ์, จากการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ และจากการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลในปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้รัฐบาลจีนพยายามลดความร้อนแรงในตลาดที่อยู่อาศัย, ชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ และคุมเข้มงบใช้จ่าย ดังนั้นจีนจึงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนมากยิ่งขึ้นในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้จีนไม่ได้กำหนดเป้าหมายด้านการส่งออกทั้งในปี 2016 และปี 2017 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน นายหลี่กล่าวว่าความเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกจีนทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น และร้ายแรงมากยิ่งขึ้น และเขากล่าวเสริมว่าเศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตอย่างเฉื่อยชา ในขณะที่หลายประเทศหันมาใช้มาตรการกีดกันทางค้าและต่อต้านโลกาภิวัฒน์ นายหวง ซูหง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยของคณะรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 6.5% อยู่ในระดับที่มากพอที่จะปกป้องการจ้างงาน
อินโดนีเซีย นายอากัส มาร์โตวาร์โดโจ ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) กล่าวว่า ธนาคารกลางจะจัดการกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินรูเปียห์ ถ้าหากเกิดความผันผวนในตลาดเงินก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย BI จะยังคงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของรูเปียห์สะท้อนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดย BI จะไม่ลังเลในการเข้าตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพ
เกาหลีใต้ กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้จะห้ามการนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐ หลังจากมีการยืนยันว่าพบเชื้อไข้หวัดนก H7 ที่ฟาร์มเลี้ยงไก่แห่งหนึ่งในสหรัฐ ซึ่งทำให้การนำเข้าจากสหรัฐลดลงในขณะที่เกาหลีใต้กำลังประสบกับภาวะไข่ขาดตลาดในขณะนี้ เชื้อไข้หวัดนก H7 ถูกพบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในไก่ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐเทนเนสซี คำสั่งห้ามนำเข้าดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.นี้ โดยคำสั่งห้ามนี้มีผลต่อสัตว์ปีกมีชีวิต และไข่ด้วย ส่วนเนื้อไก่ที่ปรุงสุกด้วยความร้อน และผลิตภัณฑ์ไข่ยังคงสามารถนำเข้าได้ เกาหลีใต้ได้นำเข้าไข่จากสหรัฐ ขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศทำให้ปริมาณไข่ในประเทศลดลง ในปีนี้เกาหลีใต้ได้นำเข้าไข่จากสหรัฐเกือบ 1,049 ตัน ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 98% ของการนำเข้าไข่ทั้งหมด ณ วันที่ 3 มี.ค.
เกาหลีเหนือ เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้และเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นกล่าวว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถี 4 ลูกไปยังทะเลนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเกาหลีเหนือประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า เกาหลีเหนือจะตอบโต้ต่อการซ้อมรบร่วมกันระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกาหลีเหนือมองว่า เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม
ไทย คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) เผยอัตราการว่างงานเดือนม.ค.60 อยู่ที่ 1.2% จากผลกระทบสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี 59 และต้นปี 60 ที่ทำให้เกษตรกรต้องเลื่อนการเพาะปลูกออกไป โดยอัตราการว่างงานดังกล่าว เพิ่มขึ้นจาก 0.97% ในไตรมาส 4/59 และ 0.99% ตลอดทั้งปี 59 แต่สภาพัฒน์ยังหวังเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ฟื้นตัว และมีการกระจายตัวในหลายภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคส่งออก จะช่วยทำให้ภาวะการว่างงานปีนี้ลดลงจากปีก่อน และช่วยรองรับผู้จบการศึกษาใหม่ ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในปีนี้ อีกประมาณ 5.5 แสนคน นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สภาพัฒน์ กล่าวในการแถลงข่าวว่าการว่างงานเดือนมกราคมสะท้อนภาวะน้ำท่วมในภาคเกษตร แต่ภาพรวมปี 60 ภาคการส่งออกและการลงทุน กลับมาเป็นบวกตามที่คาดไว้ จะทำให้การจ้างงานนอกภาคเกษตรสามารถ absorb การจ้างงานได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะภาคที่เชื่อมโยงกับการส่งออก ก็น่าจะทำให้ปี 60 ภาพรวมของการว่างงานลดลง ทั้งนี้ในปี 59 มีผู้ว่างงาน 3.77 แสนคน หรือคิดเป็น 0.99% ของกำลังแรงงาน และเพิ่มขึ้นจาก 0.88% ในปี 58 โดยเป็นการลดลงของการจ้างงานในภาคเกษตร 4.3% แต่การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 0.8% ในสาขาก่อสร้าง ขายส่ง/ขายปลีก และสาขาโรงแรม/ภัตตาคาร ซึ่งช่วยรองรับแรงงานจากภาคเกษตรที่ว่างงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในปี 60 แม้ว่าระดับน้ำในเขื่อนโดยภาพรวมทั้งประเทศ จะสูงกว่าปี 59 แต่ยังมีบางเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นประเด็นที่จะต้องติดตามผลกระทบ และเตรียมการช่วยเหลือ สำหรับการจ้างงานในภาคเกษตร
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (6 มีค.) เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเอเซียส่วนใหญ่ โดยช่วงนี้นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มีนาคมนี้หลังจากคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯส่วนใหญ่ให้ความเป็นไปในทางเดียวกันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯควรจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเร็วๆนี้เนื่องจากมองว่าการจ้างงานยังเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเข้าสู่เป้าหมาย 2% ความเสี่ยงด้านต่างประเทศที่จะกระทบสหรัฐฯน้อยลงเมื่อเทียบกับสองปีที่ผ่านมา นโยบายการคลังมีแนวโน้มไปในทิศทางกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่การคงอัตราดอกเบี้ยต่ำไว้นานเกินไปจะเสี่ยงต่อการที่ต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตซึ่งเป็นผลเสียมากกว่าผลดี - ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (6 มีค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในสัปดาห์ที่แล้วจากการที่นักลงทุนมองว่ามีโอกาสสูงขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่14-15 มีนาคมนี้ ขณะที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวในอัตราปานกลางต่อไปเด่นชัดมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความเสี่ยงต่างประเทศที่จะเข้ามากระทบลดลง และหากไม่มีความเสี่ยงใหม่เพิ่มเข้ามา การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในปีนี้มีแนวโน้มจะเร็วกว่าในสองปีที่ผ่านมา เนื่องจากการรอนานเกินไปที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเสี่ยงต่อการที่ต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต - ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 6 มีค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากการคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่14-15 มีนาคมนี้ ขณะที่ความเสี่ยงด้านการเมืองในยุโรปยังเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินยูโร โดยเดือนนี้นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งทั่วไปในเนเธอร์แลนด์วันพุธที่ 15 มีนาคมนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 6 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนวิตกกับความตึงเครียดทางการเมืองที่เกิดจากการที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 4 ลูกลงสู่ทะเลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งห้ามประชาชนจาก 6 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.24% สู่ระดับ 20,954.34, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.33% สู่ระดับ 2,375.31 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.37% สู่ระดับ 5,849.17 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ ( 6 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้แม้มีแนวโน้มมากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่14-15 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ดีดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.46% โดยมีปัจจัยลบจากการที่เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธ 4 ลูก ซึ่ง 3 ลูกตกลงในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.5% โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงระบุว่านวัตกรรมเป็นส่วนสำคัญของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในการเปิดการประชุมรัฐสภาประจำปี ขณะเดียวกันรายงานข่าวชี้ว่านักลงทุนได้ตีความข่าวจากการเปิดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเป็นปัจจัยบวก โดยจีนได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงเล็กน้อยสู่ระดับ 6.5% จากกรอบ 6.5-7% ในปีที่แล้ว - ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 6 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ลดลงสวนทางตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ พลังงาน โดยในช่วงบ่ายดัชนียังอยู่ในแดนลบ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 12.59 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 7 มี.ค. 2560
|
Comments