Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 02 March 2017 10:06

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้น 0.2% (mom) หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนธันวาคม  ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่หากมีการปรับค่าตามเงินเฟ้อ การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง 0.3%  ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.0% ส่วนรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธันวาคม

การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมลดลง 1.0% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธันวาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.6% โดยเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.1% (yoy) สำหรับการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 0.2% (mom) โดยปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่การใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 0.5% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม2007 ส่วนการใช้จ่ายในโครงการที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนทรงตัว สำหรับการใช้จ่ายของโครงการภาคสาธารณะลดลง 5.0% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2002 หลังจากลดลง 1.4% ในเดือนธันวาคม ขณะที่การก่อสร้างในโครงการของรัฐบาลในท้องถิ่น และรัฐบาลกลางลดลง 4.8% และเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2002 เช่นกัน

ดัชนีภาคการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)  ในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.7 ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 93 โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 56.0 ทั้งนี้ คำสั่งซื้อใหม่พุ่งขึ้น 4.7% ใน ขณะที่ดัชนีการผลิต 17 จาก 18 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ามีการขยายตัว ทั้งนี้ ดัชนีอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต

CME Group FedWatch ระบุว่า ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐบ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 69% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ดังกล่าว ได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากเมื่อวานนี้ ขณะที่เครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ บ่งชี้ว่าเฟดมีโอกาสมากกว่า 80% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตลาดประเมินว่ามีความเป็นไปได้ไม่ถึง 20% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค. ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า คำกล่าวของเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ รายงานว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองเพิ่มขึ้น 5.8% ในสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับตัวลง อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 28% MBA ระบุว่า ผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการรีไฟแนนซ์ เพิ่มขึ้น 5.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้านี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ทรุดตัวลง 45% หากเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว นอกจากนี้ ผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัย เพิ่มขึ้น 7% ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ลดลง 5% หากเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเพื่อการจำนองแบบคงที่ระยะเวลา 30 ปี สำหรับเงินกู้วงเงินไม่เกินกว่า 424,100 ดอลลาร์ ลดลงสู่ระดับ 4.30% ในสัปดาห์ที่แล้ว จาก4.36% ก่อนหน้านี้

ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2013  หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธันวาคมเมื่อเทียบรายเดือน โดยเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ปรับตัวขึ้น 1.9% (yoy) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2012 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนธันวาคม นอกจากนี้ ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2012  หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนธันวาคม และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 1.7% โดยอยู่ใกล้ระดับ 2.0% ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟด หลังจากดีดตัวขึ้น 1.7% เช่นกันในเดือนธันวาคม

 

ยุโรป: ยูโรโซน

Markit ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับ 55.4 ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 55.2 ในเดือนมกราคม แต่ลดลงเล็กน้อยจากตัวเลขเบื้องต้นที่ 55.5 Markit ระบุว่า ในภาคการผลิตนั้น ยอดผลผลิต คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกประเทศในยูโรโซน ยกเว้นกรีซ ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมในภาคการผลิตมีการขยายตัว ขณะที่ดัชนีต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัว

 

อังกฤษ

Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของอังกฤษเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับ 54.6 จากระดับ 55.7 ในเดือนมกราคม โดยดัชนีฯ ในเดือนนี้นับเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือน และต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 55.6v อย่างไรก็ดี ดัชนีที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของอังกฤษยังคงมีการขยายตัว แต่ก็เป็นไปในอัตราที่ชะลอลง

เนชั่นไวด์เผยราคาบ้านในอังกฤษในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวสูงขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ส่งสัญญาณให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยของอังกฤษยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อเทียบเป็นรายปี ราคาปรับตัวขึ้น 4.5%(yoy)

 

เยอรมนี

สำนักงานแรงงานแห่งรัฐบาลเยอรมนี รายงานว่า ตลาดแรงงานของเยอรมนียังคงมีความแข็งแกร่งในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การรวมชาติในปี 1990 ทั้งนี้ จำนวนคนว่างงานในเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 14,000 คน ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 10,000 คน ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.9%

Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตของเยอรมนี ซึ่งมีสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2014 จากระดับ 56.4 ในเดือนมกราคม และสูงกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 27 ติดต่อกันแล้ว และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากข้อมูลขั้นต้น

 

เอเซีย: จีน

ไคซินรายงานว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของจีนอยู่ที่ 51.7 ในเดือนก.พ. ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการอยู่ที่ระดับ 54.2 ในเดือนก.พ. ลดลงจากระดับ 54.6 ในเดือนม.ค. แต่ดัชนีสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัวจากเดือนก่อน

 

ญี่ปุ่น

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่า ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 3.5 % ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2016 และถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ชั่วคราวว่า การลงทุนด้านทุนปรับขึ้น กระทรวงการคลังระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในโรงงานและอุปกรณ์ 3.8 % ในไตรมาส 4/2016 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2015 โดยอัตรา 3.8 % ต่อปีนี้ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 3 ไตรมาส ก่อนหน้านี้รายจ่ายฝ่ายทุนในญี่ปุ่นเคยลดลง 1.3 % ต่อปีในไตรมาส 3/2016 ผลกำไรประจำของบริษัทญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 16.9 % ต่อปี และได้ขึ้นไปแตะสถิติสูงสุดในไตรมาส 4/2016 เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังกล่าวว่าตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นในวงกว้างมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

ไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ได้ตั้งเป้าหมายให้ ตลท.เป็นตลาดทุนหลักในภูมิภาคนี้ โดยให้มีการชักชวนบริษัทที่อยู่ในกลุ่มประเทศ CLMV เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เชื่อมระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV  นอกจากนี้ ยังคาดหวังให้ ตลท.เป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจที่เพิ่งเริ่มดำเนินกิจการ (New Start up business) กับกองทุนร่วมทุนต่างๆ โดยตลท.จะมีการทำแพลตฟอร์มขึ้นมา เพื่อให้ร่วมทุนธุรกิจกัน และเมื่อธุรกิจ Start up เหล่านี้มีการเติบโต และมีคุณสมบัติได้ตามเกณฑ์ที่จะเข้าจดทะเบียน ก็จะผลักดันให้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) และในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ต่อไป

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ก.พ.ที่ 49.8 ลดลงเล็กน้อยจาก 50.1 ในม.ค. ตามความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการและคำสั่งซื้อของผู้ประกอบการในภาคที่มิใช่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มการค้า ที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงต่อเนื่อง หลังจากการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐช่วงปลายปี อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ปรับดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านการผลิตและคำสั่งซื้อต่างประเทศของผู้ประกอบการ ในกลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ และกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกสินค้าของอุตสาหกรรมดังกล่าว ที่ปรับดีขึ้น

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพุธ (1 มีค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากมีการคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทั้งนี้นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์คกล่าวว่า เหตุผลที่ใช้สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน มีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา  ขณะที่นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังในการประชุมเดือนมี.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะการจ้างงานเต็มที่ และอัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ขณะที่เมื่อคืนนี้ Conference Board เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 114.8 ในเดือนก.พ.ส่วนสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยราคาบ้านเมื่อเทียบเป็นรายเดือนเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.9% ในเดือนธ.ค. และราคาบ้านเมื่อเทียบเป็นรายปีเพิ่มขึ้นเกินคาด 5.6% ในเดือนธ.ค. และสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 57.4 ในเดือนก.พ.

- ดอลลาร์/เยน วันพุธ (1 มีค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ทั้งนี้การแถลงของผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ  ขณะที่นักลงทุนรอฟังการแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐในช่วงเช้า อย่างไรก็ดีการแถลงครั้งนี้ปรากฎว่าไม่มีรายละเอียดใดๆเพิ่มเติมไปจากที่นักลงทุนทราบอยู่แล้วก่อนหน้านี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 1 มีค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ทั้งนี้การแถลงของผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ  ขณะที่นักลงทุนรอฟังการแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐในช่วงเช้า ส่วนผลสำรวจพบว่าภาคการผลิตในยูโรโซนขยายตัวมากขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปีในเดือนก.พ. โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของไอเอชเอส มาร์กิตสำหรับภาคการผลิตขั้นปลายในยูโรโซน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.4 ในเดือนก.พ.  จากระดับ 55.2 ในเดือนม.ค. แต่ลดลงเล็กน้อยจากข้อมูลขั้นต้นที่ระดับ 55.5

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 1 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ โดยดัชนีดาวโจนส์ทะลุระดับ 21,000 ได้เป็นครั้งแรกหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แถลงนโยบายเป็นครั้งแรกต่อสภาคองเกรส ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และดัชนีหุ้นสำคัญทั้งสามตัวพุ่งขึ้นมากกว่า 1.3% สู่ระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐด้วยการปรับลดภาษีครั้งใหญ่และลงทุน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในโครงการด้านสาธารณูปโภค นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่สถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) รายงานดัชนีการผลิตเพิ่มขึ้นในเดือนก.พ.สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่ม 1.46% สู่ระดับ 21,115.55, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 1.37% สู่ระดับ 2,395.96 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 1.35% สู่ระดับ 5,904.03

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 1 มีค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น  1.44% มาอยู่ที่ 19,393.54 ในการแถลงนโยบายที่สิ้นสุดลงก่อนตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดทำการซื้อขายในภาคบ่ายนั้น ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะปฏิรูประบบการตรวจคนเข้าเมือง, ปรับปรุงตำแหน่งงานและค่าจ้างให้แก่ชาวอเมริกัน และสัญญาว่าจะผ่อนผันภาษีครั้งใหญ่ ให้แก่ชนชั้นกลาง และลดภาษีสำหรับบริษัทต่างๆ  อย่างไรก็ดีการแถลงนี้ไม่มีรายละเอียดใดๆเพิ่มเติมไปจากที่นักลงทุนทราบอยู่แล้วก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯหลายคนกล่าวถึงแนวโน้มที่เป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับเยนและส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดบวก 0.15% มาอยู่ที่ 3,246.63

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 1 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวแคบๆในช่วงเช้าก่อนที่ช่วงบ่ายดัชนีจะเพิ่มขึ้น โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธุรกิจการเกษตร ธนาคารพาณิชย์ ปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.63 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 มี.ค. 2560

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment