| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Monday, 06 February 2017 10:34 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็น ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 237,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานลดลง 10,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.8% จากระดับ 4.7% ในเดือนก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.7% ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ทบทวนปรับลดตัวเลขการจ้างงานในเดือนพ.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 164,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 204,000 ตำแหน่ง และทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนธ.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 157,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่ง ด้านตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 0.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนธันวาคม 2559 นอกจากนี้ ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานได้ปรับตัวขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 62.9% จากระดับ 62.7% ในเดือนธันวาคม ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.3% หลังจากลดลง 2.3% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานจะเพิ่มขึ้น 1.0% นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐาน ที่ไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบิน เพิ่มขึ้น 0.7% โดยยอดสั่งซื้อดังกล่าวได้รับการจับตาว่าเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่น และแผนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจ นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาชิคาโก กล่าวว่า Fed ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถึงแม้ว่านโยบายทางการคลังของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวเกินกว่าระดับที่ยั่งยืน โดย นายอีแวนส์ระบุว่า Fed ควรใช้นโยบายที่เหมาะสมเพื่อให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวที่เพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงในช่วงขาลง อย่างไรก็ดี ประธานเฟดสาขาชิคาโกไม่ได้กล่าวชัดเจนว่าเขาต้องการให้ Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยกี่ครั้งในปีนี้ แม้ว่าผลสำรวจก่อนหน้านี้ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ Fed ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ทั้งนี้ นายอีแวนส์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 2.0-2.5% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าอัตราการขยายตัวในระยะยาว ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.75% เนื่องจากคาดว่ารัฐบาลของปธน.ทรัมป์จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และปรับลดภาษี นอกจากนี้ ยังคาดว่า อัตราว่างงานจะร่วงลงสู่ระดับ 4.25% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ต่ำกว่าระดับที่ยั่งยืนในระยะยาวที่ 4.7% และจะหนุนให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมายของเฟดที่ 2 % จากปัจจุบันที่ 1.7% ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM ในเดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 56.5 จากระดับ 56.6 ในเดือนธันวาคม ตรงกันข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีภาคบริการจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.0 อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว ซึ่งแสดงว่าภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 85
ยุโรป: ยูโรโซน สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกในยูโรโซนในเดือนธันวาคมลดลง 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% แต่เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.1% และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.8% นอกจากนี้ ยูโรสแตทยังได้ทบทวนปรับลดตัวเลขยอดค้าปลีกในเดือนพ.ย.เป็นร่วงลง 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน จากเดิมที่รายงานว่าลดลง 0.4%
รัสเซีย ธนาคารกลางรัสเซียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 10.0% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ โดยธนาคารกลางรัสเซีย ระบุว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ โดยมีการคาดว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ความเสี่ยงเบาบางลง
เยอรมนี Markit ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการของเยอรมนีในเดือนมกราคม อยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 54.8 จากระดับ 55.2 ในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ดี ดัชนีที่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจเยอรมนียังอยู่ในภาวะขยายตัว ด้านดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมกราคมอยู่ที่ 53.4 ซึ่งลดลงจากระดับ 54.3 ในเดือนธันวาคม และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนเช่นกัน ดัชนีภาคบริการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยกิจกรรมและคำสั่งซื้อใหม่ขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าไตรมาส 4 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม มาร์กิตระบุว่า การขยายตัวของภาคบริการเยอรมนียังจัดว่าแข็งแกร่ง และมีปัจจัยส่งเสริมให้ภาคบริการเพิ่มการจ้างงานอย่างคึกคัก
เอเชีย : จีน แหล่งข่าวกล่าวว่าธนาคารกลางจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมในกลไกปล่อยกู้ตามคำขอ (SLF) ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 โดยธนาคารกลางจีนปรับอัตราดอกเบี้ยช่วงข้ามคืนสำหรับสินเชื่อ SLF ขึ้นสู่ 3.1% จาก 2.75%, ปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อระยะ 7 วันขึ้นสู่ 3.35% จาก 3.25% และปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อระยะ 1 เดือนขึ้นสู่ 3.7% จาก 3.6% การปรับอัตราดอกเบี้ยนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 ก.พ. ขณะเดียวกันในช่วงเช้าธนาคารกลางจีนได้ปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับปฏิบัติการซื้อขายพันธบัตรในตลาดขึ้น 0.10% ด้วย ความเคลื่อนไหวนี้จะสนับสนุนความเห็นที่ว่า ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มคุมเข้มนโยบายการเงิน แต่นักวิเคราะห์ในจีนคาดว่า ธนาคารกลางจีนจะตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นโยบายไว้ตามเดิมในช่วงนี้ และจะดำเนินขั้นตอนเพิ่มเติมอย่างค่อยเป็นค่อยไปทั้งนี้ธนาคารกลางจีนเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการให้สินเชื่อระยะกลาง (MLF) ในช่วงปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา นายจาง เสี่ยวหุย ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า จีนจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างรอบคอบและมีเสถียรภาพต่อไป พร้อมกับหลีกเลี่ยงไม่ให้เศรษฐกิจชะลอการเติบโตลงอย่างรวดเร็ว และหลีกเลี่ยงการอัดฉีดสภาพคล่องมากเกินไป นายจางแสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากธนาคารกลางจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในตลาดเงินในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณบ่งชี้ถึงแนวโน้มในการคุมเข้มนโยบายการเงิน ธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางจีนได้ปล่อยกู้ 8.768 หมื่นล้านหยวน (1.276 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ให้แก่สถาบันการเงินในประเทศในเดือนม.ค. โดยผ่านทางกลไกปล่อยกู้ตามคำขอ (SLF) ธนาคารกลางจีนระบุว่า ยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมดใน SLF อยู่ที่ 3.451 หมื่นล้านหยวนในช่วงสิ้นเดือนม.ค. ทั้งนี้ PBOC ใช้การให้สินเชื่อระยะกลาง (MLF) และกลไกปล่อยกู้ตามคำขอ (SLF) เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการสภาพคล่องระยะสั้นและระยะกลางในระบบธนาคารของจีน ผลสำรวจของมาร์กิต/ไคซินระบุว่า ภาคการผลิตของจีนขยายตัวเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันในเดือนม.ค. ซึ่งจะทำให้จีนมีโอกาสมากขึ้นในการจัดการกับภาวะไม่สมดุลเรื้อรังในเศรษฐกิจ แต่อัตราการขยายตัวชะลอตัวจากเดือนธ.ค. ทั้งนี้ มาร์กิต/ไคซินเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตของจีนลดลงสู่ระดับ 51.0 ในเดือนม.ค. จากระดับ 51.9 ในเดือนธ.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 51.8
ญี่ปุ่น ผลสำรวจพบว่า กิจกรรมในภาคบริการของญี่ปุ่นขยายตัวในเดือนม.ค.ในอัตราที่ช้ากว่าในเดือนธ.ค.เล็กน้อย แต่แนวโน้มยังคงสดใส ขณะที่บริษัทต่างๆระบุว่า มีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่เพื่อรองรับธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ มาร์กิต/นิกเกอิเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคบริการของญี่ปุ่นลดลงสู่ระดับ 51.9 ในเดือนม.ค. จากระดับ 52.3 ในเดือนธ.ค.ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือน แต่ดัชนี PMI ยังคงยืนเหนือระดับ 50 ที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้าเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นกำลังเตรียมมาตรการที่ระบุว่าจะสร้างงานในสหรัฐ 700,000 ตำแหน่ง และจะช่วยสร้างตลาดมูลค่า 4.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อเสนอประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในสัปดาห์หน้า แผนดังกล่าว ซึ่งจะมีการเปิดเผยเมื่อนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะพบกับปธน.ทรัมป์ในวันที่ 10 ก.พ.ที่กรุงวอชิงตัน มีการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ รถไฟความเร็วสูง และความมั่นคงในระบบไซเบอร์ การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศสอดคล้องกับองค์ประกอบสำคัญในแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของนายอาเบะ ซึ่งได้แก่การส่งออกเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน "คุณภาพสูง" แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจจะนำทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศมาใช้สนับสนุนมาตรการดังกล่าว นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้กำลังพิจารณาการใช้กองทุนเพื่อการลงทุนเงินบำนาญของรัฐบาลญี่ปุ่น (GPIF) เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐ นายอาเบะปฏิเสธรายงานของสื่อที่ว่า เขาจะนำข้อเสนอเรื่องการลงทุนโดยใช้กองทุน GPIF ของญี่ปุ่นไปหารือในการประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐในสัปดาห์หน้า รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มเติบโตในไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค. 2016 เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน โดยเป็นผลจากยอดส่งออกที่ปรับสูงขึ้น และเป็นผลจากรายจ่ายฝ่ายทุนที่เพิ่มขึ้น สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในวันจันทร์ที่ 13 ก.พ. ณ เวลา 06.50 น.ตามเวลาไทย ผู้ตอบโพลล์รอยเตอร์คาดว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อไป ถึงแม้มีความไม่แน่นอนเป็นอย่างมากในเรื่องนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ นักเศรษฐศาสตร์ 20 รายในโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์โดยเฉลี่ยว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจเติบโต 1.1 % เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาส 4 หลังจากเติบโต 1.3 % ในไตรมาส 3 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบเทียบไตรมาสต่อไตรมาสอาจอยู่ที่ 0.3 % ในไตรมาส 4 ซึ่งเท่ากับระดับในไตรมาส 3
เกาหลีใต้ นายยู อิล-โฮ รมว.คลังเกาหลีใต้กล่าวว่า สหรัฐไม่สามารถประกาศว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศผู้ปั่นค่าเงิน โดยยึดตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาลสหรัฐในปัจจุบัน นายยูกล่าวว่า สหรัฐไม่มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจอย่างขาดความระมัดระวังในเรื่องการประกาศว่า เกาหลีใต้ปั่นค่าเงิน และเขากล่าวว่ารัฐบาลเกาหลีใต้สามารถอธิบายได้ว่า แรงผลักดันในตลาดคือปัจจัยสำคัญที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินวอน ทางการเกาหลีใต้ยืนยันจุดยืนเดิมของตนเองที่ว่า อัตราแลกเปลี่ยนได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่จากแรงผลักดันในตลาด แต่ย้ำว่าทางการเกาหลีใต้จะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อลดความผันผวนอย่างรุนแรง
อินโดนีเซีย นายอากัส มาร์โตวาร์โดโจ ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) กล่าวว่า BI กำลังดำเนินนโยบายการเงิน "แบบผ่อนคลายเชิงระมัดระวัง" ท่ามกลางภาวะผันผวนทั่วโลก ขณะที่คาดว่าจะมีแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศ โดยกล่าวว่าก่อนหน้านี้ เรามีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายนโยบาย แต่ในขณะนี้เรากำลังดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายอย่างระมัดระวัง เขากล่าวและเสริมว่า BI คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับมากกว่า 4% ในปีนี้ ในปี 2016 BI ลดอัตราดอกเบี้ยลง 6 ครั้งรวม 1.50% สู่ระดับ 4.75%
ไทย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คาดว่าในปีนี้จะมีการเบิกจ่ายงบลงทุน ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ราว 2.4 แสนล้านบาทซึ่งหากเบิกจ่ายได้เต็มวงเงินดังกล่าวคาดว่าจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ เติบโตได้สูงกว่าที่ประมาณการไว้
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ (3 กพ.) เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่หลายสกุลเงินเอเซียก็อ่อนค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก่อนการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนมกราคม 2560 ในคืนนี้ ขณะที่วันนี้เงินหยวนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแหล่งข่าวกล่าวว่าธนาคารกลางจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมในกลไกปล่อยกู้ตามคำขอ (SLF) โดยธนาคารกลางจีนปรับอัตราดอกเบี้ยช่วงข้ามคืนสำหรับสินเชื่อ SLF ขึ้นสู่ 3.1% จาก 2.75%, ปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อระยะ 7 วันขึ้นสู่ 3.35% จาก 3.25% และปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อระยะ 1 เดือนขึ้นสู่ 3.7% จาก 3.6% การปรับอัตราดอกเบี้ยนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 ก.พ. ขณะเดียวกันในช่วงเช้าธนาคารกลางจีนได้ปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับปฏิบัติการซื้อขายพันธบัตรในตลาดขึ้น 0.10% ด้วย ความเคลื่อนไหวนี้จะสนับสนุนความเห็นที่ว่า ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มคุมเข้มนโยบายการเงิน - ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (3 กพ.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนมกราคมในคืนนี้ ขณะที่วันนี้แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นกำลังเตรียมมาตรการที่ระบุว่าจะสร้างงานในสหรัฐ 700,000 ตำแหน่ง และจะช่วยสร้างตลาดมูลค่า 4.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อเสนอประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในสัปดาห์หน้า แหล่งข่าวกล่าวอีกว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจจะนำทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศมาใช้สนับสนุนมาตรการดังกล่าว - ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 3 กพ.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนมกราคมในคืนนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 3 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ โดยดัชนี S&P 500 ปิดใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการบวกขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงินหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เดินหน้ามาตรการลดกฏระเบียบ และรายงานการจ้างงานของสหรัฐออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.94% สู่ระดับ 20,071.46, ดัชนี S&P 500 0.73% สู่ระดับ 2,297.42 และดัชนี Nasdaq 0.54% สู่ระดับ 5,666.77 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ ( 3 กพ.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 0.02% ที่ 18,918.20 หลังจากเคลื่อนตัวระหว่างแดนบวกและลบท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนรอดูการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนมกราคมในคืนนี้ ซึ่งอาจจะชี้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นมากกว่าตลาดโดยรวมจากผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.59% ที่ 3,140.65 หลังจากธนาคารกลางจีนได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในวันซื้อขายวันแรกหลังวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นสัญญาณเพิ่มเติมที่ชี้ว่าธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.24% สู่ระดับ 23,129.21 บรรยากาศซื้อขายได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในจีน ซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มทรัพยากรในตลาดหุ้นฮ่องกงลดลง - ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 3 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นนำโดยหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มพลังงาน ขณะที่วันนี้นักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนมกราคมในคืนนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 10.28 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 ก.พ. 2560
|
Comments