Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Monday, 30 January 2017 09:38

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

สหรัฐฯ เตรียมบรรจุมาตรการป้องกันการปั่นค่าเงินลงในข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคีที่จะจัดทำขึ้นในอนาคต หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาการปั่นค่าเงิน

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2016 อยู่ที่ระดับ 1.9% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.2% และชะลอตัวจากที่ขยายตัว 3.5% ในไตรมาส 3 (ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2014) โดยการส่งออกชะลอตัวสู่ระดับ 4.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 10.0% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2013 เช่นเดียวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวสู่ระดับ 2.5% ในไตรมาส 4 หลังจากแตะระดับ 3.0% ในไตรมาส 3 และ 4.3% ในไตรมาส 2 ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาทั้งปี 2016 เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวเพียง 1.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2011 และลดลงจากระดับ 2.6% ในปี 2015

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เดินทางเยือนทำเนียบขาวเพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เมื่อวานนี้ โดยผู้นำทั้งสองได้หารือกันในหลายประเด็น รวมถึงประเด็นข้อตกลงการค้าทวิภาคีซึ่งจะช่วยให้บริษัทเอกชนของทั้งสองประเทศสามารถทำธุรกรรมทางการค้าและทางธุรกิจกันอย่างราบรื่น โดย นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนร่วมกับทรัมป์ว่า ข้อตกลงการค้าทวิภาคีถือเป็นผลประโยชน์ของทั้งอังกฤษและสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวชมเชยอังกฤษเกี่ยวกับความคืบหน้าในกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) พร้อมกับแสดงความเห็นว่า เมื่อภาพทุกอย่างชัดเจนแล้ว อังกฤษก็จะสามารถทำข้อตกลงการค้าได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องมีใครมากำกับดูแล ทั้งนี้ แม้ว่าอังกฤษยังไม่สามารถเจรจากับอังกฤษในประเด็นข้อตกลงการค้าได้จนกว่าจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป แต่ทรัมป์ยืนยันว่า พร้อมที่จะเจรจาในประเด็นดังกล่าวทันทีที่อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปเรียบร้อยแล้ว

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004 โดยอยู่ที่ระดับ 98.5 จากระดับ 98.2 ในเดือนธันวาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 98.1 โดยดัชนีได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และการขยายตัวของการจ้างงานในปีนี้ รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปในเดือนธันวาคมลดลง 0.4% โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ดิ่งลงสำหรับเครื่องบิน ขณะเดียวกัน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.8% โดยเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นตัวที่ 6 ติดต่อกัน และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนพฤศจิกายน

 

ยุโรป: ฝรั่งเศส

สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 1 จุด สู่ระดับ 100 ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 9 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะทรงตัวที่ 99 ทั้งนี้ Insee เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นจากเดือนที่แล้ว เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ประกอบกับความวิตกกังวลที่มีต่อการว่างงานนั้นปรับตัวลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551

 

เยอรมนี

Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี รายงานว่า บริษัทเอกชนของเยอรมนีมีการจ้างงานลดลงในเดือนมกราคม เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า การจ้างงานในเยอรมนีอาจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในปี 2560 ทั้งนี้ ดัชนีการจ้างงานซึ่งจัดทำโดย Ifo ปรับตัวลงสู่ระดับ 110.7 จากระดับ 118 ของเดือนธันวาคม 2559 รายงานของ Ifo ยังระบุด้วยว่า ดัชนีการจ้างงานในภาคการก่อสร้างและภาคบริการ ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ดัชนีการจ้างงานในภาคการผลิตดีดตัวขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับที่ Ifo รายงานก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีคาดการณ์การขยายตัวของการส่งออกของกลุ่มผู้ผลิตของเยอรมนีพุ่งขึ้นแตะระดับ 12.0 ในเดือนมกราคม จากระดับ 8.2 ในเดือนธันวาคม

 

เอเชีย : ญี่ปุ่น

นายโยชิฮิเดะ ซูกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นกำลังเตรียมรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งให้ถอนสหรัฐออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ในสัปดาห์นี้ นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในเดือนหน้า และเจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริหารของปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะต้องการความคืบหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อทำข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคีกับญี่ปุ่นแทนข้อตกลง TPP เขากล่าวอีกว่าญี่ปุ่นจะยังคงเฝ้าจับตาใกล้ชิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกจะมีผลกระทบอย่างไรต่อบริษัทของญี่ปุ่น โดยกลุ่มผู้ผลิตของญี่ปุ่นซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เปิดโรงงานผลิตอยู่ในเม็กซิโก โดยเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้เสนอแนวคิดการเก็บภาษีสินค้าจากเม็กซิโกในอัตรา 20% เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างกำแพงที่ชายแดนทางใต้ของสหรัฐ ซึ่งทำให้ค่าเงินเปโซดิ่งลงอย่างหนัก และทำให้วิกฤติระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐรุนแรงขึ้น

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) สร้างความประหลาดใจให้แก่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลในวันนี้ด้วยการเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 5 ปีถึง 10 ปี ซึ่งช่วยทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนที่ทำไว้ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากบีโอเจสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการไม่เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นตามที่คาดไว้อย่างกว้างขวาง และนั่นทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นพุ่งขึ้นอย่างมาก อัตราผลตอบแทน JGB อายุ 10 ปีลดลงสู่ระดับ 0.070% หลังจากเมื่อวันพฤหัสอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 0.090% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับที่สอง หลังจากที่แตะระดับ 0.100% ในช่วงกลางเดือนธ.ค.นับตั้งแต่บีโอเจได้ใช้ "มาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน" เพื่อทำให้ผลตอบแทน JGB อายุ 10 ปีอยู่ที่ระดับราว 0%

ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานลดลงในอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อน่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นหลังจากเยนอ่อนค่า ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะพิจารณาในการประชุมนโยบายในวันที่ 30-31 มกราคม ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าบีโอเจจะคงนโยบายการเงินต่อไป และคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นได้ช่วยคลายกังวลให้แก่บีโอเจบ้าง แต่นักการธนาคารกลางหลายคนยังคงระมัดระวังว่า การปรับตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก จะช่วยเร่งให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสู่เป้าหมาย 2% หรือไม่ ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งรวมหมวดผลิตภัณฑ์น้ำมันแต่ไม่รวมหมวดราคาอาหารสด ลดลง 0.2% ในเดือนธ.ค.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดไว้ว่าอาจลดลง 0.3%  ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานในโตเกียวซึ่งชี้นำแนวโน้มทั่วประเทศลดลง 0.3% ในเดือนม.ค.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เทียบกับที่ลดลง 0.6% ในเดือนธ.ค.

 

ไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยอังกฤษแสดงความสนใจที่จะร่วมมือแบบทวิภาคี(Bilateral) กับไทย โดยเฉพาะการลงทุนด้านบริการทางการเงินในไทย นายสมคิดกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาสนใจที่จะ bilateral กับไทย รวมถึงต้องการที่จะทำ FTA กับไทย ซึ่งเราก็เสนอตัวเป็นกลไกสำคัญในอาเซียนให้กับเขา และเชิญชวนให้อังกฤษเป็น strategic partner กับไทย โดยเฉพาะในเรื่องอุตสาหกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง  โดยรองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องนี้ภายหลังนาย Alok Sharma ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งดูแลภาคพื้นเอเชีย เข้าพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทางอังกฤษมีความสนใจที่จะลงทุนเรื่อง Financial Service ในไทย ขณะที่ไทยมีความต้องการให้อังกฤษมาลงทุนทุกด้านในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีขั้นสูง การศึกษา การเงิน การบิน และรถยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ที่อังกฤษมีความเชี่ยวชาญ

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ (27 มค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ โดยวันนี้ตลาดการเงินเอเซียหลายตลาดปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขณะที่คืนนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงประจำไตรมาส 4/2016

- ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (27 มค.)   เงินเยนวันนี้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัส ทั้งนี้วันนี้นักลงทุนมองในเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยคาดว่าปธน.ทรัมป์จะเดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นทางการคลัง หลังจากในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาปธน.ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารหลายคำสั่งแล้วตั้งแต่เขารับตำแหน่ง เช่น เรื่องการถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (TPP) อย่างเป็นทางการ การดำเนินการสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก เพื่อควบคุมการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและยกระดับความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังลงนามในคำสั่งให้รัฐบาลระงับการมอบเงินช่วยเหลือให้แก่รัฐหรือเมืองต่างๆที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพผิดกฎหมาย

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 27 มค.) เงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสเนื่องจากนักลงทุนคาดว่าปธน.ทรัมป์จะเดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นทางการคลัง หลังจากในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาปธน.ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารหลายคำสั่งแล้วตั้งแต่เขารับตำแหน่ง อย่างไรก็ดีเงินยูโรแข็งค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 27 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันศุกร์ โดยถูกถ่วงลงจากการที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง และข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาดที่ 1.9% ในไตรมาส 4/2016 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าอาจขยายตัว 2.2% ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.04% สู่ระดับ 20,093.78, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.09% สู่ระดับ 2,294.69 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.10% สู่ระดับ 5,660.78

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ (  27 มค.)  ตลาดหุ้นจีนปิดทำการในวันนี้ต่อเนื่องถึงวันที่2 ก.พ. เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.06% สู่ระดับ 23,360.78 โดยตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการครึ่งวันในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรก่อนช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนในสุดสัปดาห์นี้ โดยตลาดหุ้นฮ่องกงจะปิดทำการในวันที่ 30-31 ม.ค.เนื่องในเทศกาลตรุษจีน สำหรับดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้ ขณะที่บรรยากาศซื้อขายได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเยนจากความหวังเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ แต่ตลาดถูกสกัดช่วงบวกจากความวิตกเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.34% มาอยู่ที่ 19,467.40

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 27 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่วันนี้ตลาดหุ้นเอเซียหลายตลาดปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และกลุ่มขนส่ง สำหรับในช่วงบ่ายดัชนีสูงขึ้นส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลงเล็กน้อย 0.20 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 ม.ค. 2560

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment