Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 31 March 2016 09:34

สหรัฐอเมริกา

Aitomatic Data Processing(ADP) รายงานว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐประจำเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน ADP ได้ทบทวนปรับลดตัวเลขการจ้างงานในเดือนกุมภาพันธ์สู่ระดับ 205,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 214,000 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็นภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 191,000 ตำแหน่ง ส่วนภาคการผลิตมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 3,000 ตำแหน่ง

 

ยุโรป: เยอรมนี

สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีได้กลับมาเป็นบวกอีกครั้งในเดือนมีนาคม ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี ซึ่งมีการปรับค่าสำหรับเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรป (HICP) ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนมีนาคม หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนก่อน ทั้งนี้ การกลับมาเป็นบวกของดัชนีราคาดังกล่าวบ่งชี้ว่านโยบายการเงินในเชิงขยายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำลังช่วยหนุนราคาในยูโรโซน

 

ฝรั่งเศส

นายวิลเลอร์รอย เดอ กอลฮอ ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสมีแนวโน้มขยายตัว 1.2% ในปีนี้ เทียบเท่ากับปีที่แล้ว พร้อมระบุว่าอัตราดังกล่าวยังคงไม่เพียงพอ เนื่องจากยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในยูโรโซน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.4-1.5% ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.5% ในปีนี้ โดยได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และการใช้นโยบายการเงินเชิงขยายในยูโรโซน

 

โปรตุเกส

ธนาคารกลางโปรตุเกสรายงานว่า เศรษฐกิจของประเทศจะขยายตัว 1.5% ในปีนี้ ทั้งนี้ ธนาคารกลางเปิดเผยในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจประจำปี 2016-2018 ว่า เศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.7% แต่คาดว่าจะเติบโต 1.7% ในปีหน้า และ 1.6% ในปี 2018 ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางโปรตุเกสคาดการณ์ในเดือนธันวาคมว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 1.7% ในปีนี้ และ 1.8% ในปีหน้า แต่ก็ระบุว่าตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวยังคงเผชิญกับปัจจัยความไม่แน่นอนจำนวนมากเนื่องขณะนั้นยังไม่มีการจัดงบประมาณ

 

เอเชีย:

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียลงเหลือ 5.7% จากเดิม 6.0% เอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 6.5% ในปีนี้ และ 6.3% ในปีหน้า และคาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัว 7.4% ในปีนี้ และ 7.8% ในปีหน้า

 

ญี่ปุ่น

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในญี่ปุ่นดิ่งลงสู่สถิติต่ำสุดในเดือนก.พ. ซึ่งถือเป็นเดือนแรกที่มีการปฏิบัติตามนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) โดยสิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ในทางบวกสำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่น แต่ตอกย้ำให้เห็นว่าอัตราผลกำไรของธนาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหายจากนโยบายนี้ บีโอเจเปิดเผยว่าอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมโดยเฉลี่ยสำหรับสินเชื่อที่ปล่อยโดยธนาคารพาณิชย์ในญี่ปุ่นอยู่ที่ 1.098% ในเดือนก.พ. โดยถือเป็นการทำสถิติต่ำสุดเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน สินเชื่อที่มีกำหนดอายุนานกว่า 1 ปีมีอัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.084%

กระทรวงการค้าของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนก.พ.ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในขณะนั้นได้ทำลายระบบห่วงโซ่อุปทานทำให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดภาวะถดถอยอีกครั้ง และทำให้เกิดแรงกดดันต่อผู้กำหนดนโยบายให้ดำเนินมาตรการเพื่อป้องกัน ทั้งนี้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมร่วงลง 6.2% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนก.พ. ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ หลังจากที่พุ่งขึ้น 3.7% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน

จับตาการรายงานข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนมีนาคมที่จะเปิดเผยในต้นเดือนเมษายน ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะเปิดเผยผลสำรวจทังกันสำหรับความเชื่อมั่นทางธุรกิจรายไตรมาสในวันศุกร์ที่ 1 เม.ย.

 

ไทย

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ของไทยในรายงานที่ออกมาในวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโตเพียง 3.0 % ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากตัวเลขเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนธ.ค.ที่ 3.8% แต่ขยับขึ้นจากอ อัตราการเติบโตที่ 2.8% ในปีที่แล้ว นอกจากนี้เอดีบียังคาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโต 3.5% ในปีหน้า เอดีบีคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยอาจอยู่ที่ 0.6% ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 1.5% แต่ปรับขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อในปีที่แล้วที่ -0.9% นอกจากนี้เอดีบียังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยอาจพุ่งขึ้นสู่ 2.0% ในปีหน้า

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) มั่นใจเศรษฐกิจไทยในปี 59 จะขยายตัวได้มากกว่า 3% อย่างแน่นอน โดยมุมมองของกระทรวงการคลัง ยังเป็นทิศทางเดียวกันกับที่หน่วยงานทางเศรษฐกิจอื่นๆมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ แต่ยอมรับว่ามีบางปัจจัยที่ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการส่งออก  แต่ สศค.ยังขอรอประเมินตัวเลขอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากการส่งออกในเดือนก.พ.เริ่มส่งสัญญาณของการปรับตัวที่ดีขึ้นเล็กน้อย รวมถึงรัฐบาลได้มีการออกมาตรการเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศระยะสั้นออกมา ก่อนที่จะมีการลงทุนขนาดใหญ่ตามมาในระยะต่อไป

จับตาการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ที่จะรายงานออกมาในวันพฤหัสที่ 31 มีนาคม 2559 เช่น ดัชนีการอุปโภคบริโภคและดัชนีการลงทุนภาคเอกชน ดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการชำระเงิน และการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน เป็นต้น

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันพุธ ( 30 มี.ค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เช่นเดียวกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเช่นกันและสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้เนื่องจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันอังคารว่า เฟดควรดำเนินการอย่างระมัดระวังขณะพิจารณาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคำกล่าวนี้สวนทางกับการแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ระบุว่าเฟดอาจจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเมษายน  นางเยลเลนระบุถึงอุปสรรคทางเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยเศรษฐกิจต่างประเทศที่เติบโตอย่างอ่อนแอ, ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ และเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มไม่แน่นอน โดยนางเยลเลน ยังคงคาดว่า อุปสรรคเหล่านี้จะบรรเทาลงในอนาคต และจะเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นต่อไป พร้อมกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

- เยน/ดอลลาร์ วันพุธ ( 30 มี.ค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินควรดำเนินการอย่างระมัดระวังในการพิจารณาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และกล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่เพิ่มขึ้นเช่น เศรษฐกิจต่างประเทศที่เติบโตอย่างอ่อนแอ, ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ และเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มไม่แน่นอน

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 30 มี.ค.) ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวในวันอังคารว่าเฟดควรดำเนินการอย่างระมัดระวังขณะพิจารณาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 30 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนเป็นวันที่สองติดต่อกันจากถ้อยแถลง ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ช่วยลดความกังวลเรื่องการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.47% สู่ 17,716.66, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับขึ้น  0.44 % สู่ 2,063.95 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.47 % สู่ 4,869.29

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 30 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันนี้เนื่องจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันอังคารว่าเฟดควรดำเนินการอย่างระมัดระวังในการพิจารณาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคำกล่าวนี้สวนทางกับการแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ระบุว่าเฟดอาจจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเมษายน นางเยลเลนระบุถึงอุปสรรคทางเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยเศรษฐกิจต่างประเทศที่เติบโตอย่างอ่อนแอ, ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ และเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มไม่แน่นอน โดยนางเยลเลน ยังคงคาดว่า อุปสรรคเหล่านี้จะบรรเทาลงในอนาคต และจะเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นต่อไป พร้อมกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 2.76% และ 2.15% ตามลำดับ ส่วนดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.31% โดยสาเหตุมาจากการที่เงินเยนกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงการค้าของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนก.พ.ของญี่ปุ่นลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 30 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯชี้ถึงแนวโน้มที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯจะดำเนินไปอย่างระมัดระวังอย่างสูงและย้ำถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 17.44 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 31 มี.ค. 2559

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment