| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 11 March 2016 09:17 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 มีนาคมลดลง 18,000 ราย สู่ระดับ 259,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2015 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 275,000 ราย ทั้งนี้ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ได้อยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 53 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1970 ส่วน ตัวเลขยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 2,500 ราย สู่ 267,500 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2015 สำหรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องมีจำนวนลดลง 32,000 ราย สู่ระดับ 2.23 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.พ.โดย นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ราคานำเข้าอาจลดลง 0.6% ในเดือนก.พ. หลังจากลดลง 1.1% ในเดือนม.ค. ขณะที่ราคาส่งออกอาจลดลง 0.5% ในเดือนก.พ. หลังจากลดลง 0.8% ในเดือนม.ค. ขณะที่ตลาดให้ความสนใจไปยังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะมีในวันที่ 15-16 มีนาคม นี้
ยุโรป: ที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร สู่ระดับ 0% จากระดับ 0.05% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมยังได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB สู่ระดับ -0.4% จากเดิมที่ -0.3% ซึ่งหมายความว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายค่าฝากแก่ ECB หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ ECB โดยมาตรการดังกล่าวของ ECB มีขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ แทนที่จะนำมาพักไว้ที่ ECB นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) สู่ระดับ 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน จากเดิมที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป ประธาน ECB กล่าวแถลงภายหลังการประชุมว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ ECB ประกาศ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยูโรโซน และช่วยเร่งให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายของ ECB ที่ระดับใกล้ 2% นอกจากนี้ ยังระบุว่า อัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้สิ้นสุดช่วงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนมีนาคม 2560
เยอรมนี สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางของเยอรมนีเปิดเผยว่า การส่งออกของเยอรมนีลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนม.ค. ขณะที่การนำเข้าพุ่งขึ้นมากเกินคาด ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า อุปสงค์ที่ชะลอตัวในต่างประเทศได้ขัดขวางการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในช่วงต้นปีนี้ ทั้งนี้ การส่งออกที่ปรับตามฤดูกาลแล้วลดลง 0.5% ในเดือนม.ค. หลังจากที่ลดลง 0.7% ในเดือนธ.ค. ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.2% ซึ่งทำให้ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีลดลงสู่ระดับ 1.89 หมื่นล้านยูโร
อังกฤษ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) รายงานว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาส 4/2558 ขยายตัวเพียง 0.3% ลดลงจากระดับ 0.4% ตามรายงานซึ่งเปิดเผยในเดือนที่แล้ว การปรับตัวลดลงที่ค่อนข้างรุนแรงในช่วง 3 เดือนดังกล่าวเป็นความผันผวนตามปกติ ซึ่งทางสถาบันฯ คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป แต่อาจไม่รุนแรงเท่าเดิม จับตาความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินหลังการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของ ECB ในวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร สู่ระดับ 0% จากระดับ 0.05% พร้อมยังได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB สู่ระดับ -0.4% จากเดิมที่ -0.3% รวมทั้งเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) สู่ระดับ 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน จากเดิมที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน.....นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนีอีกด้วย
เอเชีย:จีน นายจาง หวูซง ซึ่งเป็นผู้แทนคนหนึ่งในรัฐสภาจีนกล่าวว่า ถึงแม้จีนมีแผนการปิดกำลังการผลิตเหล็กกล้า 100-150 ล้านตันในช่วง 5 ปีข้างหน้า แผนการดังกล่าวก็ไม่มากพอที่จะช่วยกระตุ้นให้ภาคเหล็กกล้าของจีนออกจากภาวะซบเซาได้ จีนกำลังเร่งดำเนินความพยายามในการแก้ไขปัญหากำลังการผลิตสูงเกินไปในภาคอุตสาหกรรม ในขณะนี้ โดยรัฐบาลจีนได้ให้สัญญาว่าจะสั่งปิดโรงงานเหล็กกล้าหลายร้อยแห่งที่อยู่ในภาวะ "ซอมบี้" (โรงงานที่ยังคงเปิดดำเนินงานอยู่ ถึงแม้แทบไม่สามารถชำระหนี้และใกล้ล้มละลาย) และจะจัดเตรียม เงินทุนไว้ใช้รับมือกับคนงานที่ถูกปลดออกจากงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.พ.ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2014 และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ แต่ดัชนีราคาผู้ผลิตยังคงลดลง นักวิเคราะห์ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวจำกัดโอกาสที่จะมีการผ่อนคลายทางการเงิน แหล่งข่าว 2 รายเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเตรียมกฎระเบียบที่จะอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถแลกเปลี่ยนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของบริษัทเพื่อแลกกับหุ้นในบริษัทเหล่านั้น แหล่งข่าวกล่าวว่า การเปิดเผยเอกสารใหม่ที่ชี้แจงการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบดังกล่าวจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เอกสารดังกล่าวระบุว่า การดำเนินการนี้จะเป็นแนวทางให้บริษัทที่มีหนี้สินลดหนี้สินลง ซึ่งจะลดต้นทุนของการชำระหนี้ และทำให้บริษัทมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในการขอสินเชื่อใหม่ได้ มาตรการนี้จะลดสัดส่วน NPL ของธนาคารพาณิชย์ด้วย ซึ่งจะลดเงินสดที่ธนาคารต้องกันสำรองไว้ชดเชยผลขาดทุนที่เกิดจากหนี้เสีย และเงินส่วนดังกล่าวก็สามารถนำไปปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อการลงทุนในผลิต ภัณฑ์ระลอกใหม่ และการยกระดับโรงงานที่รัฐบาลหวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจจีนได้ แหล่งข่าวกล่าวว่า จะมีการประกาศกฎระเบียบใหม่นี้โดยได้รับอนุมัติพิเศษจากคณะรัฐมนตรีจีน ซึ่งทำให้ไม่ต้องแก้ไขกฎหมายธนาคารพาณิชย์ฉบับปัจจุบัน ซึ่งห้ามธนาคารมิให้ลงทุนในสถาบันที่ไม่ใช่ทางการ เงิน ในอดีตธนาคารพาณิชย์ของจีนมักจะจัดการกับหนี้ NPL ด้วยการขาย NPL ในราคาถูกให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่ได้รับมอบหมายของรัฐ โดย AMC จะทำการฟื้นฟู และพยายามกู้หนี้ หรือ ขายต่อหนี้ดังกล่าวให้แก่นักลงทุนหนี้ แหล่งข่าวไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ธนาคารเหล่านี้จะคิดมูลค่าหุ้นใหม่อย่างไร ซึ่งจะเป็นสินทรัพย์ในงบดุล หรือพวกเขาจะสามารถแปลงหนี้ NPL ในสัดส่วนเท่าใดหรือจำนวนเท่าใดโดยใช้วิธีการนี้ ข้อมูลของคณะกรรมการกำกับดูแลการธนาคารจีน (CBRC) พบว่า ธนาคารจีนมี NPL และสินเชื่อที่มีปัญหาที่มีการกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention Loan) มูลค่าเกิน 4 ล้านล้านหยวน (6.1404 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ณ สิ้นปี 2015 จับตาการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่จะทยอยรายงานออกมาเช่น การให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร
เกาหลีใต้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ในการประชุมวันที่ 10 มีนาคม 2559 อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่ชะลอตัวลงทำให้ยังมีโอกาสที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ไทย ผู้บริหารธนาคารออมสิน เผย ในวันอังคารที่ 15 มี.ค.นี้ จะมีการเสนอ ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการสินเชื่อบ้านประชารัฐ วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยให้มีบ้านในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โครงการดังกล่าวจะปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำให้ผู้มีรายได้น้อย ผ่าน 3 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธ.ออมสิน ธ.กรุงไทย และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เฉลี่ยธนาคารละ 2 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของ ธ.ออมสินนั้น คาดว่าจะช่วยให้ประชาชนมีบ้านได้ ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นราย หรือเฉลี่ยวงเงินกู้รายละ 1 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ย จะคิดเป็นขั้นบันได เฉลี่ยไม่เกิน 3-4% ในระยะเวลา 6 ปีแรก ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่เฉลี่ยอยู่ที่ 5% ขึ้นไป เพื่อนำไปซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง รวมถึงการกู้เพื่อปลูก หรือซ่อมแซมบ้านในพื้นที่ของตัวเอง
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 10 มี.ค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินของเอเซีย โดยปัจจัยจากเงินทุนต่างประเทศระยะสั้นไหลเข้าช่วงนี้ส่งผลให้เงินบาทและสกุลเงินต่างๆในเอเซียแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปัจจัยจากการที่นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯส่งผลบวกต่อค่าเงินภูมิภาค ทั้งนี้นับจากวันที่ 1-10 มีนาคม 2559 เงินลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 15,558.2 ล้านบาท ขณะที่ซื้อสุทธิตราสารหนี้รวม 33,356.9 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นยอดซื้อสุทธิตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี ) รวม 38,456.5 ล้านบาท ขณะที่เงินหยวนของจีนวันนี้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังจากธนาคารกลางจีนได้กำหนดค่ากลางลดลง ขณะเดียวกันวันนี้จีนรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.พ.ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2014 และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ - เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 10 มี.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารยุโรปซึ่งคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่ในสัปดาห์หน้าวันจันทร์-อังคารที่ 14-15 มีนาคมจะมีการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และในวันอังคาร-พุธที่ 15-16 มีนาคมจะมีการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ทั้งนี้แม้ว่ามีโอกาสมากขึ้นในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่จากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มสูงที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นเป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้เยนมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ปัจจัยเรื่องความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจจีนและประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงก็ส่งผลบวกต่อค่าเงินเยนในช่วงนี้เช่นกัน ทั้งนี้เยนได้แข็งค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 10 มี.ค.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปวันนี้ โดยผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปได้ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มขึ้น โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงอีก 0.10% และขยายวงเงินมาตรการ QE ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าในช่วงแรกก่อนที่เงินยูโรจะปรับตัวแข็งค่าหลังการแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 10 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงเล็กน้อย โดยการซื้อขายระหว่างวันค่อนข้างผันผวน ทั้งนี้ ตลาดพุ่งขึ้นในช่วงเช้าหลัง ECB ปรับลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับติดลบมากขึ้น และเพิ่มวงเงินโครงการซื้อสินทรัพย์เป็น 8 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนจากเดิม 6 หมื่นล้านยูโร แต่การที่นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีระบุว่าไม่มีแนวโน้มที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งทำลายความหวังของนักลงทุนก็ส่งผลให้ตลาดปิดปรับลง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.03% สู่ 16,995.13,ดัชนี S&P 500 ปิดขยับขึ้น 0.02% สู่ 1,989.57 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.26% สู่ 4,662.16 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส ( 10 มี.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดลาดเพิ่มขึ้น 1.26% ในวันนี้โดยมีปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยนและการคาดการณ์เกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นของธนาคารกลางยุโรปในการประชุมวันนี้ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 2.03% โดยรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีนวันนี้ยังออกมาไม่ดี โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.พ.ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2014 ซึ่งนักลงทุนตีความข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมากเกินคาดว่า เป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตยังคงลดลงซึ่งชี้ถึงภาวะอ่อนแอของภาคการผลิตจีน ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.06% - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 10 มีค..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงโดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง11.60 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 11 มี.ค. 2559
|
Comments