| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 25 December 2015 09:19 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 267,000 ราย และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 270,000 ราย โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 42 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973 และยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 42 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น เพิ่มขึ้น 1,750 ราย สู่ระดับ 272,500 ราย และใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 42 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนธ.ค.1973สำหรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องมีจำนวนลดลง 47,000 ราย สู่ระดับ 2,195,000 ราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 ธันวาคม
ยุโรป: ฝรั่งเศส รัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่า จำนวนผู้ลงทะเบียนเพื่อหางานทำได้ลดลงในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ประเทศกำลังฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการณ์ โดยจำนวนผู้ว่างงานในเดือนพฤศจิกายนลดลง 15,000 คน เมื่อเทียบจากเดือนตุลาคม สู่ระดับ 3,574,800 คน โดยลดลง 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน แต่เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งการลดลงของจำนวนผู้ว่างงานดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนคำยืนยันของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ว่าประเทศกำลังฟื้นตัวขึ้น หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจแทบไม่มีการขยายตัว ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น
เอเชีย: จีน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบเพื่อการพาณิชย์ของจีนลดลง 0.7% ในช่วงสิ้นเดือนพ.ย.เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นเดือนต.ค. ในขณะที่สต็อกเชื้อเพลิงกลั่นของจีนเพิ่มขึ้น 2.2% จากเดือนต.ค. สำนักข่าวซินหัวไม่ได้ระบุว่า ตัวเลขสต็อกน้ำมันในปัจจุบันอยู่ที่ระดับใด รัฐบาลจีนแทบไม่เคยเปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันเชิงพาณิชย์และสต็อกน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของจีนอยู่ที่ระดับใด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะประเมินหาอุปสงค์น้ำมันที่แท้จริงในจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้น้ำมันมากเป็นอันดับสองของโลก ธนาคารกลางจีนเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของบริษัทในจีนลดลงในไตรมาส 4 ปีนี้จากไตรมาส 3 ผลสำรวจอีกฉบับพบว่า ครัวเรือนมากขึ้นมองว่าราคาบ้านสูงจนยอมรับไม่ได้ในไตรมาส 4 เทียบกับไตรมาส 3 ผลสำรวจอีกฉบับพบว่า นักการธนาคารจำนวน 38.8% เชื่อว่า นโยบายการเงินจะเป็นแบบผ่อนคลายพอสมควรในไตรมาสแรกของปีหน้า และนักการธนาคารมากขึ้นเชื่อว่าเศรษฐกิจชะลอตัวในไตรมาส 4 เทียบกับไตรมาส 3
ญี่ปุ่น คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นอนุมัติงบประมาณประจำปี 2016 ที่มีขนาดสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในการจัดทำงบประมาณนี้รัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่าเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วขึ้นและรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่สูงขึ้น จะช่วยให้นายอาเบะบรรลุเป้าหมายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและในการควบคุมหนี้สาธารณะ รายจ่ายทั้งหมดสำหรับปีงบประมาณ 2016 ที่เริ่มต้นในวันที่ 1 เม.ย. 2016 จะอยู่ที่ 96.72 ล้านล้านเยน (7.9993 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยร่างงบประมาณนี้ถือเป็นร่างงบประมาณฉบับที่ 4 ของนายอาเบะนับตั้งแต่เขากลับเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายปี 2012 แผนใช้จ่ายขั้นต้นสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค. 2016 อยู่ที่ 96.3 ล้านล้านเยน ร่างงบประมาณปี 2016 กำหนดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการไว้สูงเป็นประวัติการณ์เพื่อรับมือกับประชากรสูงวัยจำนวนมาก และกำหนดค่าใช้จ่ายทางการทหารไว้ที่ระดับสูงกว่า 5 ล้านล้านเยนเป็นครั้งแรก นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นเรียกร้องให้บริษัทต่างๆปรับเพิ่มค่าจ้างในปีหน้าในอัตราที่รวดเร็วกว่าในปีนี้ เขากล่าวว่าญี่ปุ่นใกล้ที่จะกำจัดภาวะเงินฝืดได้แล้ว ไม่ว่าญี่ปุ่นจะสามารถเร่งแนวโน้มนี้ให้เร็วขึ้นได้หรือไม่ และสร้างวัฏจักรเศรษฐกิจที่สดใสได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทต่างๆจะปรับเพิ่มค่าจ้างเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และเพิ่มงบรายจ่ายด้านทุนหรือไม่ ทั้งนี้นายอาเบะกล่าวเรียกร้องดังกล่าวในการประชุมประจำปีของกลุ่มไคดันเรนซึ่งเป็นสมาคมธุรกิจของญี่ปุ่น นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งใดก็ตามที่จำเป็นต้องทำในการเอาชนะภาวะเงินฝืด และในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นายคุโรดะกล่าวว่าเวลาได้ผ่านมานานกว่า 2 ปีแล้ว นับตั้งแต่บีโอเจเริ่มต้นใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณและคุณภาพ (QQE) โดยในช่วงเริ่มต้นนั้น หลายคนได้แสดงความไม่เชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะสามารถเอาชนะภาวะเงินฝืดได้ บางคนอาจจะยังคงไม่เชื่อมั่นอยู่ในปัจจุบัน แต่แนวโน้มเศรษฐกิจและแนวโน้มราคาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนภายใต้ QQE และสิ่งนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยรายงานการประชุมกำหนดนโยบายประจำวันที่ 18-19 พ.ย.โดยรายงานระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายหลายคนของบีโอเจแสดงความไม่พอใจต่อค่าแรงและการใช้จ่ายทุนที่ปรับขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่ผู้กำหนดนโยบายคาดการณ์ในทางบวกว่า ภาคเอกชนจะเริ่มต้นปรับเพิ่มรายจ่ายเมื่อใดก็ตามที่ประเทศตลาดเกิดใหม่มีเศรษฐกิจดีขึ้น
เกาหลีใต้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเกาหลีใต้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนธ.ค. แต่ยังคงสูงระดับ 100 เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องสำหรับสภาวะการณ์ในอนาคต ทั้งนี้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCSI) ลดลงสู่ 103 ในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่งเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือนที่ 106 ในเดือนพ.ย. ธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า ธนาคารกลางจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในขณะนี้เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง ขณะที่ผู้ว่าการเตือนว่าการทำให้สภาวะทางการเงินผ่อนคลายเป็นเวลานานนั้น ได้เพิ่มภาวะไม่สมดุลทางการเงิน แถลงการณ์อีกฉบับจากธนาคารกลางเกี่ยวกับทิศทางนโยบายสำหรับปีหน้าพบว่า ธนาคารจะดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายต่อไปท่ามกลางอัตราการเติบโตและอัตราเงินเฟ้อต่ำ ธนาคารกลางระบุว่าจะเข้าแทรกแซงในตลาดเงิน ถ้าหากความผันผวนเพิ่มสูงขึ้นอันเป็นผลจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นในสหรัฐ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางเกาหลีจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปในระยะยาว ขณะที่หลายคนเชื่อว่าการลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเป็นสิ่งจำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารกลางเกาหลีได้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 4 ครั้งนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว โดยปรับลดครั้งละ 0.25% และการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยพื้นฐานอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 1.50%
สิงคโปร์ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ดิ่งลง 5.5% ในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขผลผลิตภาคอิเล็กทรอนิกส์ที่ดิ่งลง 11.1% ต่อปี, ผลผลิตภาคเวชภัณฑ์ที่ร่วงลง 9.0% ต่อปี และผลผลิตภาควิศวกรรมนอกชายฝั่งและการเดินเรือที่ดิ่งลง 20.1% ต่อปีในเดือนพ.ย.
ไทย นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมา รวมถึงมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยปี 58 ขยายได้ถึง 3% สูงกว่าประมาณการเดิมของกระทรวงการคลังซึ่งคาดไว้ที่ 2.8% ปลัดกระทรวงการคลังคาดด้วยว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/58 จะขยายตัวได้มากกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐก็เร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน
Money Market
- บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 24 ธ.ค.) บาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ในขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ ทั้งนี้ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างน้อยเนื่องจากนักลงทุนหลายรายเตรียมหยุดพักผ่อนในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ขณะที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนนี้ มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในช่วงท้ายเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้นสู่ 92.6 จากระดับ 91.8 ในช่วงต้นเดือนธ.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนทรงตัวในเดือนพ.ย. หลังจาก เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนต.ค.และเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.3%, รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.3% และดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย. - เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 24 ธ.ค.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธ โดยภาวะการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯชะลอลงในช่วงนี้จากการที่นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่แม้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังไม่แข็งแรงแต่ก็ปรับตัวดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับในช่วงกลางปีที่ผ่ามมา โดยวันนี้นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเรียกร้องให้บริษัทต่างๆปรับเพิ่มค่าจ้างในปีหน้าในอัตราที่รวดเร็วกว่าในปีนี้ เขากล่าวว่าญี่ปุ่นใกล้ที่จะกำจัดภาวะเงินฝืดได้แล้ว ขณะที่รายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนที่เปิดเผยวันนี้ชี้ว่าผู้กำหนดนโยบายหลายคนของบีโอเจแสดงความไม่พอใจต่อค่าแรงและการใช้จ่ายทุนที่ปรับขึ้นอย่างเชื่องช้า - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 24 ธ.ค.) ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ในภาวะที่ปริมาณการซื้อขายน้อยลงเนื่องจากนักลงทุนหลายรายเตรียมหยุดพักผ่อน ขณะที่ช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯชะลอการแข็งค่าเนื่องจากนักลงทุนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 24 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี ขณะที่การร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงานถ่วงตลาดลงในการซื้อขายที่เบาบาง และตลาดปิดทำการเร็วกว่าปกติเนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.29% สู่ 17,552.17,ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.16% สู่ 2,060.99 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.05% สู่ 5,048.49 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (24 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบาง โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ลดลงซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของการที่เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นในช่วงนี้ซึ่งป็นปัจจัยลบต่อการส่งออกในภาวะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวโดยทั้งรัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่นต่างก็แสดงความกังวลต่อการที่ค่าจ้างและการใช้จ่ายในการลงทุนของภาคเอกชนปรับขึ้นเชื่องช้าเกินไป สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.64% :โดยรายงานข่าวชี้ว่าความสนใจของนักลงทุนในหุ้นบลูชิพชะลอตัวลงทันที หลังจากผู้ควบคุมกฎระเบียบได้ปรับกฎสำหรับบริษัทประกันที่จะลงทุนในบริษัทจดทะเบียนให้เข้มงวดขึ้น ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจจีนโดยรวมก็ยังสร้างความวิตกแก่นักลงทุน - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 24 ธค..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเปิดตลาดวันนี้และทรงตัวอยู่ในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน และวัสดุก่อสร้าง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 9.65 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 25 ธ.ค. 2558
|
Comments