| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Tuesday, 22 December 2015 08:55 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาซานฟรานซิสโก ระบุว่า จากที่ Fed ตั้งเป้าที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในภาวะร้อนแรงต่อไปในปีหน้า เพื่อจะได้หนุนตลาดการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อบรรลุ จึงคาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเชื่องช้า และจะไม่มีการกำหนดแบบแผนล่วงหน้า พร้อมระบุว่า ถึงแม้ผู้กำหนดนโยบายของเฟด 17 รายที่เข้าร่วมการประชุมในวันพุธที่ผ่านมาคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจในทางบวกมากกว่าในปีก่อนๆ แต่ผู้กำหนดนโยบายก็ไม่ได้มองว่า Fed บรรลุเป้าหมายทั้งหมดแล้ว ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาชิคาโกรายงานว่า ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศในเดือนพฤศจิกายนลดลงสู่ระดับ -0.30 จากระดับ -0.17 ในเดือนตุลาคม โดยดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 0 เป็นเวลา 4 เดือนติดต่อกันแล้ว ซึ่งแสดงถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าแนวโน้มในอดีต ทั้งนี้ ดัชนีกิจกรรมการผลิตทั่วประเทศเป็นค่าดัชนีเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจากการประมวลผลดัชนีเกี่ยวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศทั้งหมด 85 รายการ ซึ่งแบ่งออกหลายประเภท รวมไปถึง การผลิต รายได้ การจ้างงาน การใช้จ่ายส่วนบุคคล ยอดขายบ้าน คำสั่งซื้อ และสินค้าคงคลัง ด้านดัชนีย่อยด้านการบริโภคส่วนบุคคล และยอดสร้างบ้านยังคงติดลบในเดือนพฤศจิกายน แม้ขยับขึ้นจากเดือนตุลาคม ขณะที่การจ้างงานยังคงเป็นบวก
ยุโรป: ยูโรโซน นายวิตัส วาสิลิอัสคัส สมาชิกสภาบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และผู้ว่าการธนาคารกลางลิทัวเนียระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินหรือไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีการแทรกแซงเพิ่มเติมจาก ECB หลังที่มองว่าภาวะเศรษฐกิจในยูโรโซนค่อนข้างดี พร้อมระบุว่า การขยายตัวของการให้สินเชื่อแก่ภาคครัวเรือน และภาคเอกชน และค่าเงินยูโรที่เอื้ออำนวยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวก 2 เรื่องสำหรับแนว โน้มทางเศรษฐกิจของยูโรโซน
เยอรมนี สำนักงานสถิติของเยอรมนีรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวลง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง 2.5% ซึ่งเป็นการหดตัวลงรุนแรงที่สุดในรายปีนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 อันเป็นผลมาจากแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง และหากไม่นับรวมหมวดพลังงานซึ่งมีความผันผวนสูง ดัชนี PPI ของเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนปรับลง 0.2% เมื่อเทียบรายเดือนและหดตัวลง 0.7% เมื่อเทียบรายปี
เอเชีย: จีน หนังสือพิมพ์อิโคโนมิค เดลี่รายงานว่า หน่วยงานวิจัยในคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) ระบุว่า เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญกับแรงกดดันในช่วงขาลงเป็น อย่างมากในปี 2016 และเศรษฐกิจอาจจะเติบโตในอัตราที่ช้าลงไปอีก โดยทางหน่วยงานแนะนำให้จีนผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก หน่วยงานวิจัยของ NDRC เสนอแนะว่า รัฐบาลจีนควรจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงต่อไป เพื่อจะได้หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ จีนควรจะปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงอีกด้วย เพื่อจะได้ช่วยหนุนการส่งออก รัฐบาลจีนประสบความยากลำบากในการทำให้เศรษฐกิจบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตที่ราว 7% ในปีนี้ ถึงแม้รัฐบาลจีนผ่อนคลายนโยบายลงไปแล้วหลายขั้นตอนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โรงถลุงทองแดงขนาดใหญ่ 9 แห่งในจีนได้บรรลุข้อตกลงว่า พวกเขาอาจจะลดการผลิตมากขึ้นในปีหน้า โดยจะลดลงมากกว่า 350,000 ตันที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ ถ้าหากราคาและความสามารถในการทำกำไรถดถอยลง ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมผู้บริหารของผู้ผลิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่เซี่ยงไฮ้เพื่อหารือถึงตลาดทองแดง และประเมินความคืบหน้านับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงลดการผลิตในปลายเดือนพ.ย. แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จีนจะดำเนินนโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลายต่อไปในปีหน้า โดยรัฐบาลจะดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อขยายอุปสงค์รวม ขณะเดียวกันก็จะผลักดัน การปฏิรูปด้าน อุปทานในปีหน้า รัฐบาลจะเพิ่มยอดขาดดุลงบประมาณในปีหน้า และจะลดภาษีเพื่อช่วยลดภาระของภาคเอกชนด้วย เขากล่าวอีกว่าจะมีการดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกิน และสต็อกที่ล้นตลาดอสังหาริมทรัพย์
เกาหลีใต้ สำนักงานศุลกากรเกาหลีเปิดเผยว่า การส่งออกและนำเข้าของเกาหลีใต้ลดลงในรอบ 20 วันแรกของเดือนนี้ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และจำนวนวันทำงานในปีนี้น้อยกว่าในปีที่แล้ว การส่งออกระหว่างวันที่ 1-20 ธ.ค.ร่วงลง 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 2.437 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การนำเข้าลดลง 21.7% สู่ระดับ 2.235 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เกาหลีใต้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสแถลงว่า มูดี้ส์ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ และผู้ออกตราสารหนี้ของเกาหลีใต้จาก Aa3 สู่ Aa2 ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับ เกาหลีใต้ และได้ปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของเกาหลีใต้จาก "เชิงบวก" สู่ "มีเสถียรภาพ" มูดี้ส์ระบุในแถลงการณ์ว่า ความแข็งแกร่งทางสถาบันที่สูงมากของเกาหลีใต้จะสนับสนุนการดำเนินมาตรการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความยืดหยุ่นทางการคลังและทาง เศรษฐกิจ มูดี้ส์ระบุว่า ความแข็งแกร่งทางการคลังและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้อยู่ในภาวะที่สูงมากเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่นๆในกลุ่มเดียวกัน และมีแนวโน้มที่จะอยู่ในภาวะแข็งแกร่งต่อไป ถึงแม้อุปสงค์จากต่างประเทศ อยู่ในภาวะอ่อนแอ นายปาร์ค จูน-คิว โฆษกกระทรวงการคลังเกาหลีใต้กล่าวว่า การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือใน ครั้งนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 16 ธ.ค
ไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังผ่อนคลายมากต่อไป แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ภาวะปกติเมื่อใดนั้น ต้องคำนึงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นสำคัญ ซึ่งขณะนี้การเติบโตยังค่อนข้างช้ามาก ธปท.ยังไม่กังวลกับเงินทุนต่างประเทศไหลออก หลังสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกรอบ 9 ปี เนื่องจากไทยมีกันชนที่สูงกว่าประเทศเกิดใหม่อื่นๆ นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท.กล่าวว่า ขณะนี้การเติบโตเศรษฐกิจของไทยยังจำกัดอยู่ในบางภาคเท่านั้น นโยบายการเงินของไทยถือว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลายมากๆ ไม่ว่าจะเทียบกับระดับในอดีต หรือเทียบกับประเทศต่างๆ เขากล่าวว่า ส่วนการจะขึ้นดอกเบี้ย หรือการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้กระจายตัวไปในทุกภาคเศรษฐกิจ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 21 ธ.ค.) บาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้นักลงทุนมีการคาดการณ์ต่างก้นไปเกี่ยวกับจังหวะเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า แต่โดยภาพรวมก็ยังคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเนื่องจากเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่ยังมีแนวโน้มอ่อนแอต่อเนื่อง ขณะที่เงินหยวนของจีนวันนี้แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากธนาคารกลางจีนได้กำหนดค่ากลางเพิ่มขึ้นหลังจากกำหนดค่ากลางลดลง 10 วันติดต่อกัน ค่ากลางที่เพิ่มขึ้นได้ลดมุมมองของเทรดเดอร์ที่ว่าหยวนมีแนวโน้มจะอ่อนค่าแตะระดับ 6.50 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯในระยะสั้น - เยน/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 21 ธ.ค.) เยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนแข็งค่ามากในวันศุกร์เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีการปรับเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยกว่าที่คาด โดยเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 21 ธ.ค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดียูโรยังมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยล่าสุดนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโกกล่าวว่า เฟดตั้งเป้าที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะร้อนแรงต่อไปในปีหน้า เพื่อจะได้หนุนตลาดการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อและในการที่เฟดจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้นเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเชื่องช้า ขณะที่รายงานคาดการณ์ของเฟดบ่งชี้ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปี 2016 ซึ่งนายวิลเลียมส์กล่าวว่าเขามีความเห็นสอดคล้องกับการคาดการณ์ดังกล่าว โดยเฟดจัดการประชุมกำหนดนโยบาย 8 ครั้งต่อปี ขณะที่นายอีวาลด์ โนวอทนี สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจยูโรโซนเติบโตต่ำกว่าเศรษฐกิจสหรัฐเป็นอย่างมาก และขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่อีซีบีจะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเฟด
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 21 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นแอปเปิลและไมโครซอฟท์ รวมถึงการสูงขึ้นของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลหลังชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นลงชื่อเข้าร่วมแผนการประกันสุขภาพ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.72% สู่ 17,251.62,ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.78% สู่ 2,021.15 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.93% สู่ 4,968.92 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (21 ธ.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.37% ในวันนี้โดยมีปัจจัยลบจากการที่เงินเยนปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ซึ่งมีการปรับเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยกว่าที่คาด โดยผลการประชุมบีโอเจมีมติให้คงเป้าหมายฐานเงินภายใต้มาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ แต่ขยายประเภทของสินทรัพย์ที่จะซื้อ โดยพุ่งเป้าไปที่พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และเพิ่มปริมาณการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.78% นำโดยการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มธนาคาร และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ดีความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนยังทำให้ดัชนีตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มที่จะผันผวนมากอย่างต่อเนื่อง - ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 21 ธค..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงเปิดตลาดเนื่องจากมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 20.48 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 22 ธ.ค. 2558
|
Comments