| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Wednesday, 23 September 2015 09:19 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา -ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาริชมอนด์ รายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจในปัจจุบันของภาคการผลิตในเดือนกันยายนลดลงสู่ระดับ -5 หลังจากอยู่ที่ระดับ 0 ในเดือนสิงหาคม และอยู่ที่ระดับ 13 ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีภาวะธุรกิจจะลดลงสู่ระดับ -2 โดยดัชนีย่อยเกี่ยวกับคำสั่งใหม่ปรับตัวลง ขณะที่ดัชนีการจ้างงานขยับขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ ดัชนีที่มีค่าสูงกว่า 0 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว หากต่ำกว่า 0 บ่งชี้ภาวะหดตัว
ยุโรป: ยูโรโซน -นางแดเนียล นัว ประธานหน่วยงานด้านกำกับดูแลภาคธนาคารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า การใช้มาตรฐานการทำบัญชีใหม่สำหรับเครื่องมือทางการเงินจะเป็นความท้าทายสำหรับภาคธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบสำหรับคาดการณ์ผลขาดทุน โดยการใช้มาตรฐานการรายงานงบการเงินระหว่างประเทศ 9 (IFRS 9) จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งกลุ่มผู้นำกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) ได้เรียกร้องกฎดังกล่าวในช่วงที่เกิดวิกฤติการเงิน โดยจะกำหนดให้ธนาคารต้องตั้งสำรองในระดับที่สอดคล้องกับมุมมองของธนาคารต่อความเสี่ยงของเงินกู้เมื่อเทียบกับแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะทำให้มีการตั้งสำรอง ทั้งนี้ กฎดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการมาตรฐานการทำบัญชีสากล แต่จะต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสหภาพยุโรปเพื่อให้บังคับใช้ในอียู
เยอรมนี -สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางของเยอรมนี รายงานว่า ค่าจ้างที่แท้จริงของเยอรมนีในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 2.7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2008 โดยค่าจ้างที่แท้จริงเพิ่มขึ้นกว่า 2% เป็นเวลา 3 ไตรมาสติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาสแรก และ 2.2% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว
อังกฤษ -สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) ระบุว่า รัฐบาลขาดดุลงบประมาณ 1.21 หมื่นล้านปอนด์ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี การขาดดุลที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดจากรายได้จากภาษีที่ลดลง โดยลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนสิงหาคมนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1999
ตุรกี -ธนาคารกลางตุรกีประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันในการประชุมนโยบายการเงิน จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางตุรกีระบุว่า ทางคณะกรรมการตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 สัปดาห์ที่ 7.5% รวมทั้งคงอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนที่ 7.25% และอัตราดอกเบี้ยปล่อยกู้ข้ามคืนที่ 10.75% ซึ่งก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าธนาคารกลางตุรกีจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้
เอเชีย : จีน -สถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยชั้นนำของรัฐบาลจีนระบุในรายงานประจำปีว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลงสู่ 6.9% ในปีนี้ ในขณะที่เศรษฐกิจมหภาคมีแนวโน้มซบเซาในระยะสั้น -ประธานาธิบดีสี่ จิ้นผิงของจีนให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า จีนจะผลักดันการปฏิรูประบบค่าเงินที่อิงตามตลาด และจะทำให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินที่แลกเปลี่ยนได้ในบัญชีทุน จีนกำลังพัฒนาการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้หยวนเป็นสกุลเงินที่แลกเปลี่ยนได้ในบัญชีทุนในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไปและมีระเบียบ เขากล่าวว่า การลดลงของทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของจีนอยู่ในระดับปานกลาง และสามารถ จัดการได้ และระดับของทุนสำรองก็ยังคงมีเป็นจำนวนมาก
เอเชีย -ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานแนวโน้มปี 2015 ฉบับปรับข้อมูลใหม่ โดยเอดีบีระบุว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอาจจะมีเศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ ในขณะที่อุปสงค์ได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในจีน และเอดีบีเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายในเอเชียเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กันชนในระบบการเงิน เพื่อรับมือกับเหตุร้ายแรงจากต่างประเทศ เอดีบีคาดว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอาจจะมีเศรษฐกิจเติบโต 5.8% ในปีนี้ และ 6.0% ในปี 2016 โดยปรับลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.ค.ที่ 6.1% สำหรับปีนี้ และ 6.2% สำหรับปี 2016 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียในรายงานของเอดีบีประกอบด้วย 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียมีเศรษฐกิจเติบโต 6.2% ในปี 2014 เอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเติบโต 4.4% ในปีนี้ซึ่งเท่ากับอัตราการเติบโตปีที่แล้ว และปรับลดลงจาก ระดับ 4.6% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนก.ค. นอกจากนี้ เอดีบียังคาดว่าเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเติบโต 4.9% ในปีหน้า เอดีบีคาดว่า อัตราเงินเฟ้อของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอาจอยู่ที่ 2.3% ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากระดับ 2.4% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออาจอยู่ที่ 3.0% ในปีหน้า ซึ่งเท่ากับตัวเลขคาดการณ์เดิม นอกจากนี้ เอดีบียังคาดว่าเศรษฐกิจจีนอาจเติบโตเพียง 6.8% ในปีนี้ และ 6.7% ในปีหน้า โดยลดลงจาก 7.3% ในปี 2014 และอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 7%
ออสเตรเลีย -ราคาบ้านในออสเตรเลียพุ่งขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบรายไตรมาสในรอบกว่า 5 ปีในไตรมาสเดือนเม.ย. ถึงมิ.ย. โดยราคาบ้านในซิดนีย์พุ่งขึ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติออสเตรเลียยังสะท้อนถึงลักษณะที่ไม่สม่ำเสมอของตลาดบ้านของออสเตรเลีย โดยราคาบ้านในเมืองของรัฐที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ อาทิ เวสเทิร์น ออสเตรเลียลดลง ขณะที่การขยาย ตัวของธุรกิจเหมืองชะลอตัวลง ราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยในเมืองหลัก 8 แห่งของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายไตรมาส และทำให้อัตราการ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบรายปีเพิ่มขึ้นเป็น 9.8% จาก 6.9% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ราคาบ้านในซิดนีย์พุ่งขึ้น 8.9% ในไตรมาสดังกล่าว ส่งผลให้อัตราการเพิ่มขึ้นในซิดนีย์เพิ่มขึ้นเป็น 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปลายปี 2003 และเพิ่มขึ้นมากกว่ารัฐอื่นๆทั้งหมด
เวียดนาม -หนังสือพิมพ์เวียดนาม อีโคโนมิค ไทม์สรายงานโดยอ้างตัวเลขคาดการณ์ของกระทรวงการคลังของ เวียดนามว่า หนี้สาธารณะของเวียดนามในปีนี้จะเพิ่มขึ้นสู่ 62.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเวียดนาม จาก 59.6% ในปี 2014 รายงานระบุว่า ระดับหนี้สาธารณะที่ปลอดภัยไม่ควรเกิน 65% ของจีดีพี
ไทย -ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานแนวโน้มปี 2015 ฉบับปรับข้อมูลใหม่เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2558 โดยเอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโต 2.7 % ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากระดับ 3.2% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนกรกฎาคม และคาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโต 3.8% ในปีหน้า โดยปรับลดลงจากระดับ 4.1% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนก.ค. และเทียบกับอัตราการเติบโตในปีที่แล้วที่ 0.9% เอดีบีคาดว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยอาจอยู่ที่ -0.7% ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากระดับ -0.4% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยอาจอยู่ที่ 1.5% ในปีหน้า โดยปรับลดลงจากระดับ 1.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนก.ค. และเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในปีที่แล้วที่ 1.9% -นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ โดยกำหนดซุปเปอร์คลัสเตอร์ อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน, เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์,ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และดิจิตอล ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ และ ภูเก็ต สำหรับสิทธิประโยชน์ในซุปเปอร์คลัสเตอร์ อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และได้รับการลดหย่อนเพิ่มอีก 50% อีก 5 ปี, กระทรวงการคลังจะยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10-15 ปี , ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร, ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่เป็นนักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ที่ทำงานในซุปเปอร์คลัสเตอร์ นอกจากนี้ จะพิจารณาให้ถิ่นที่อยู่ถาวรกับนักวิจัยต่างชาติ รวมถึงอนุญาตให้ต่างชาติ ถือกรรมสิทธิ์เพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมได้ โดยรัฐบาลต้องการส่งเสริมซุปเปอร์คลัสเตอร์ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อให้ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในวันข้างหน้า
Money Market -บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 22 กย.) ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับบาทและสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ในวันนี้จากการที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หลายคนให้ความเห็นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯยังควรที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ในขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้นส่งผลลบต่อค่าเงินเอเซียโดยรวม โดยล่าสุดเอดีบีเปิดเผยรายงานแนวโน้มปี 2015 ระบุว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอาจจะมีเศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ นอกจากนี้เอดีบียังคาดว่าเศรษฐกิจจีนอาจเติบโตเพียง 6.8% ในปีนี้ และ 6.7% ในปีหน้า -เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร (22 กย.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ เนื่องจากปัจจัยความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจจีนส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและถือเยนมากขึ้น อย่างไรก็ดีแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยและภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ยังไม่ฟื้นตัวยังเป็นปัจจัยทีจะกดดันให้เงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ -ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 22 ก.ย.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้า อย่างไรก็ดี วันนี้สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางของเยอรมนีเปิดเผยว่า ค่าจ้างที่แท้จริงของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 2.7% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2008 ทั้งนี้ค่าจ้างที่แท้จริงเพิ่มขึ้นกว่า 2% เป็นเวลา 3 ไตรมาสติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาสแรก และ 2.2% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมารายงานตัวเลขเศรษฐกิจชี้ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีฟื้นตัวแข็งแกร่งมากขึ้น และมีการฟื้นตัวดีกว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนโดยรวม อย่างไรก็ดีการที่มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรปอาจจะเพิ่มมาตรการ QE และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรในช่วงท้ายตลาด
Capital Market -ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 22 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลง จากการเทขายหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ถ่วงหุ้นกลุ่มวัสดุลงและหุ้นของบริษัทซัพพลายเออร์ของโฟล์คสวาเกน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 1.09% สู่ 16,330.47, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 1.23% สู่ 1,942.74 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 1.5% สู่ 4,756.72 -ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (22 ก.ย.) ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.94% อย่างไรก็ดีภาวะเศรษฐกิจของจีนโดยรวมยังเป็นปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยล่าสุดเอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจจีนอาจเติบโตเพียง 6.8% ในปีนี้ และ 6.7% ในปีหน้า ขณะที่วันนี้นักลงทุนจับตาการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีสี่ จิ้นผิงของจีน และประธานาธิบดีบารัค โอบามา สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียหลายตลาดลดลงในวันนี้เนื่องจากหลายปัจจัยทั้งเรื่องการคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯในปีนี้ ขณะเดียวกัน เอดีบีเปิดเผยรายงานแนวโน้มปี 2015 ฉบับปรับข้อมูลใหม่ระบุว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอาจจะมีเศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ -ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 22 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดลดลง 13.41 จุด สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชียหลายตลาด โดยมีปัจจัยลบทั้งจากภายนอกและในประเทศ ทั้งนี้มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 ก.ย. 2558
|
Comments