| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 18 September 2015 09:32 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลงมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% ต่อไป อันเป็นผลจากความวิตกต่อเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และตลาดการเงินที่ไร้เสถียรภาพ ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ แต่ก็เปิดช่องสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเล็กน้อยในช่วงต่อไปของปีนี้ Fed ระบุว่า ถึงแม้ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง แต่ความผันผวนในตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะทำให้มีแรงกดดันในช่วงขาลงต่อเงินเฟ้อในระยะใกล้ ทั้งยังระบุว่า กำลังจับตาสถานการณ์ในต่างประเทศ ซึ่งบ่งชี้ว่า Fed มีความกังวลมากขึ้นว่าภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจนอกสหรัฐจะกระทบต่อเศรษฐกิจในอเมริกา - แถลงการณ์ของ Fed ย้ำว่า ในการตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น Fed ต้องการที่จะเห็นว่าตลาดแรงงานมีการปรับตัวดีขึ้นอีก และมีความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายของFed ที่ระดับ 2% นอกจากนี้ Fed ยังได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ, อัตราดอกเบี้ย, อัตราการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ Fed ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ โดยคาดว่าจะเติบโต 2.0%-2.3% จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนมิถุนายนที่ 1.8%-2.0% แต่ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2016 ที่ 2.2%-2.6% จากเดิมที่ 2.4%-2.7% และคาดว่าจะขยายตัว 2.2% ในปี 2017 ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ Fed 13 จาก 17 รายระบุว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นจำนวน 1 ครั้งก่อนสิ้นปี แต่ในการคาดการณ์ครั้งก่อน จากที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ Fed ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปีนี้สู่ระดับ 0.4% จากเดิมที่ 0.7% ส่วนในปี 2016 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.7% ขณะที่ปี 2017 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.9% นอกจากนี้ Fed คาดการณ์ว่า อัตราการว่างงานจะแตะ 5.0%-5.1% ในปีนี้ เทียบตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิ.ย.ที่ 5.2%-5.3% และจะปรับตัวลงสู่ระดับ 4.7%-4.9% ในปี 2016 เทียบตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 4.9%-5.1% - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่แล้วลดลง 11,000 ราย สู่ระดับ 264,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 18 กรกฎาคม (ในขณะนั้นตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี) ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่จะอยู่ที่ระดับ 275,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นเวลามากกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในรอบกว่า 40 ปี และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ลดลง 3,250 ราย สู่ระดับ 272,500 ราย โดยใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี สำหรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องมีจำนวนลดลง 26,000 ราย สู่ระดับ 2,237,000 ราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 กันยายน - ยอดการเริ่มต้นสร้างบ้านใหม่ในเดือนสิงหาคมลดลง 3% สู่ระดับ 1.126 ล้านยูนิต ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.18 ล้านยูนิต โดยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวลดลงสู่ระดับ 739,000 ยูนิต ขณะที่การก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ทเมนท์และคอนโดมิเนียม ลดลงสู่ระดับ 387,000 ยูนิต อย่างไรก็ดี ยอดการขออนุญาตก่อสร้างบ้านในเดือนสิงหาคมกลับเพิ่มขึ้น 3.5% สู่ระดับ 1.17 ล้านยูนิต - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2558 ลดลง 7.3% สู่ระดับ 1.097 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะลดลงสู่ระดับ 1.113 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้ปัจจัยบวกจากรายได้จากการค้าต่างประเทศ และรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 คิดเป็นสัดส่วน 2.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จาก 2.7% ในไตรมาส 1 และต่ำกว่าระดับ 6.3% ที่ทำไว้ในไตรมาส 4 ของปี 2005 - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย รายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกในเดือนกันยายนหดตัวลงสู่ระดับ -6.0 จาก 8.3 ในเดือนสิงหาคม ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 5.4 ทั้งนี้ ดัชนีในเดือนกันยายนอยู่ต่ำกว่า 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว โดยมีค่าเป็นลบครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว
ยุโรป: ยูโรโซน - ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปธนาคารกลางของประเทศสมาชิกยูโรโซนจะมีอำนาจในการออกประกาศเกี่ยวกับการจัดสรรเงินทุนฉุกเฉินใดๆให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศของตนเอง ก่อนหน้านี้อีซีบีคือผู้ที่ออกประกาศอย่างเป็นทางการในเรื่องการให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (ELA) อย่างเช่นในกรณีของธนาคารพาณิชย์กรีซ อีซีบีระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรปได้ตัดสินใจว่านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ธนาคารกลางของประเทศสมาชิกจะมีทางเลือกในการสื่อสารต่อสาธารณชนเรื่องการ จัดสรร ELA ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศของตนเองในกรณีที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นมองว่าการสื่อสารดังกล่าวเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางของประเทศสมาชิกยูโรโซนยังคงต้องขออนุมัติจากอีซีบีในเรื่องการจัดสรร ELA และในเรื่องการออกประกาศใดๆเกี่ยวกับ ELA - ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยในรายงานภาวะเศรษฐกิจว่า มีความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนจะต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ แต่ก็เร็วเกินไปที่จะลงความเห็นว่า นั่นเป็นอันตรายต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะกลางหรือไม่ ทั้งนี้เศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวในเขตยูโรโซน แต่ในอัตราที่ช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ และอีซีบีพร้อมที่จะดำเนิน แนวทางภาวะเงินเฟ้อแบบยั่งยืนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะกลางที่อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่า 2% เล็กน้อย ความเห็นดังกล่าวในรายงานเศรษฐกิจสะท้อนถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี หลังการประชุมครั้งล่าสุดของอีซีบีเมื่อวันที่ 3 ก.ย. - สหภาพยุโรป (EU) เสนอมาตรการที่จะช่วยให้ผู้ว่างงานระยะยาวจำนวน 12 ล้านคนสามารถมีงานทำ เพื่อแก้ปัญหาตลาดแรงงานของยุโรป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้ยื่นข้อเสนอชี้แนะสำหรับภาคบริการแก่ประเทศสมาชิก โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือผู้ว่างงานมากกว่า 1 ปี ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวระบุให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนให้ผู้ว่างงานระยะยาวทำการจดทะเบียนกับสำนักงานแรงงาน ขณะที่มีการประเมินความต้องการ และศักยภาพของแรงงานภายในช่วงเวลา 18 เดือนของการว่างงาน นอกจากนี้ จะต้องมีการให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือในการหางาน รวมทั้งให้การศึกษา และฝึกอบรม
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ยอดค้าปลีกของอังกฤษในเดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน จากที่ขยายตัว 0% ในเดือนกรกฎาคม ขณะมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจชะลอตัวในไตรมาส 3 ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 3.7% (y-o-y)
เอเชีย : ญี่ปุ่น - นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวในอัตราปานกลางต่อไป ถึงแม้เศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวลง และตลาด การเงินแกว่งตัวผันผวน นายคุโรดะกล่าวว่า ตลาดการเงินทั่วโลกแกว่งตัวผันผวนอย่างรุนแรง โดยเป็นผลจากการดิ่ง ลงของตลาดหุ้นจีน นายคุโรดะกล่าวเสริมว่าเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ชะลอการเติบโตลง แต่เศรษฐกิจ โลกยังคงขยายตัวในอัตราปานกลาง โดยได้แรงหนุนบางส่วนมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งในสหรัฐ และในประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ
อินเดีย - นายจายานท์ ซินฮา รมช.คลังอินเดียกล่าวว่า อินเดียวางแผนจะปรับเพิ่มเพดานการลงทุนในหุ้นสำหรับกองทุนเงินบำนาญของรัฐบาล โดยปรับขึ้นสู่ 15% จาก 5% ในปัจจุบัน นายซินฮากล่าวว่า รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าจะรักษาเสถียรภาพของตลาดหุ้นภายในประเทศด้วยการอนุญาตให้กองทุนเงินบำนาญลงทุนได้มากยิ่งขึ้น เพราะกองทุนเงินบำนาญมักจะลงทุนในระยะยาว - นายจายานท์ ซินฮา รมช.คลังอินเดียกล่าวว่า รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต 8-10% ต่อปีโดยผ่านทางมาตรการด้านอุปทานเพื่อปรับเพิ่มกำลังการผลิตของอินเดีย แทนที่จะใช้วิธี กระตุ้นอุปสงค์ เพราะการทำเช่นนั้นเสี่ยงต่อการทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น นายซินฮากล่าวว่า รัฐบาลอินเดียปรับเพิ่มการลงทุนภาครัฐขึ้น 40% ในปีนี้ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของนายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดีของอินเดียในการปรับปรุงถนนและทางรถไฟให้ทันสมัย
อินโดนีเซีย - ธนาคารกลางอินโดนีเซียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 7.50% โดยระบุว่า ระดับอัตราดอก เบี้ยสอดคล้องกับความพยายามในการบริหารจัดการอัตราเงินเฟ้อในปีนี้และในปีหน้า
ไทย - รมว.คลัง ระบุ ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นจะต้องออกกฎหมายเพื่อการแก้ไขหนี้ภาครัฐ เนื่องจากการบริหารจัดการหนี้ด้วยวิธีการปกติ ยังดำเนินการได้อยู่ และไม่ได้มีสัญญาณว่า การชำระหนี้จะกระจุกตัวมากเกินไป รวมทั้ง การก่อหนี้ ไม่ได้เกินกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ที่กำหนดไว้ ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังมีแผนออกกฎหมายการปรับโครงสร้าง หนี้ภาครัฐจำนวน 7.2 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการหนี้จากโครงการ จำนำข้าว 5.125 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.),องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และสำนักงานประกันสังคม รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยที่ผ่านมาได้เชิญอุตสาหกรรมหลายกลุ่มมาหารือว่า มีปัญหาการดำเนินการธุรกิจ และจะให้รัฐบาลช่วยตรงจุดไหนได้บ้าง เพราะว่ารัฐบาลต้องดำเนินการให้อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ เข้าสู่ยุค เศรษฐกิจใหม่ได้ และเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยก้าวพ้นการ ชะลอตัวในขณะนี้ไปได้ นอกจากนี้กระทรวงการคลัง ยังได้พิจารณามาตรการเพิ่มเติมในการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งจะสรุปภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยเป็นมาตรการเสริม จากมาตรการของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ที่ได้อนุมัติไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมาตรการเสริม จะมีทั้งมาตรการภาษีและไม่ใช่ภาษี - ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนของไทยในขณะนี้ ยังหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยมองเงินบาทยังมีเสถียรภาพ และเคลื่อนไหวสอดคล้องกับภูมิภาค สำหรับการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมาเป็นเพราะไม่ต้องการเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน เนื่องจากตลาดการเงิน ขณะนี้มีความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อีกทั้งมองว่าอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ในระดับที่สามารถประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ค่อนข้างดี แต่การเคลื่อนไหวของเงินบาทในขณะนี้ จะขึ้นกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตามเห็นว่าหากถึงเวลาที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะมีผลกระทบต่อตลาดการเงินไทยค่อนข้างจำกัด โดยเชื่อว่าจะมีเงินทุนไหลออกจากตลาดเงินไทยไม่มากนัก ขณะที่ไทยมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่งด้าน เศรษฐกิจเพียงพอ ที่จะรองรับความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้ ถ้าสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย ทางกนง.ได้ประเมินสถานะและเครื่องมือของเราที่มีอยู่แล้ว เชื่อว่าผลกระทบน่าจะจำกัด ยังไม่น่าเป็นห่วงมาก การเคลื่อนย้ายเงินทุนออก ไม่น่าจะมากเกินไป โดยขณะนี้ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศ ราว 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่มีหนี้ต่างประเทศ ณ สิ้นมิ.ย.58 ราว 1.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศ 9.88 หมื่นล้านดอลลาร์ส่วนอีก 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯเป็นการลงทุนของต่างชาติในรูปพันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตร ธปท. ขณะเดียวกัน สัดส่วนของต่างชาติที่ถือในพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตร ธปท. มีอยู่ราว 8% ของพันธบัตรทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่น้อยมาก ส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติ มีอยู่ราวกว่า 30% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถือระยะยาว และถือในลักษณะของการลงทุน ดังนั้น จึงไม่น่าเป็นห่วงในเรื่อง ที่จะมีเงินไหลออกจากตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้นไทย เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในปีนี้ ที่คาดว่าจะเกินดุล ราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฐานะด้านต่างประเทศของไทยยังมั่นคง และไม่มีความกังวลเรื่องความสามารถในการชำระหนี้
อื่นๆ - นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียได้ปฏิเสธคำร้องขอจากเวเนซุเอลาและประเทศอื่นๆในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่ต้องการให้รัสเซียปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลง เนื่องจากรัฐบาลรัสเซียเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น นายโนแวคกล่าวว่ารัสเซียเชื่อว่าการปรับลดปริมาณการผลิตอย่างจงใจจะไม่ก่อให้เกิดผลดีใดๆ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 17 กย.) ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาทและหลายสกุลเงินเอเซียในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯเดือนสิงหาคมซึ่งลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้าส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสองวันที่จะสิ้นสุดในคืนนี้ ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯลงมติคงอัตราดอกเบี้ย โดยระบุถึงความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดการเงิน และเงินเฟ้อที่ซบเซาในสหรัฐ แต่เฟดก็บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการคุมเข้มนโยบายเล็กน้อยในปีนี้ - เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส (17 กย.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันที่จะเสร็จสิ้นในคืนนี้ว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หลังจากที่ผ่านมาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯโดยรวมชี้ไปในทางบวกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังธนาคารกลางสหรัฐฯลงมติคงอัตราดอกเบี้ย โดยระบุถึงความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดการเงิน และเงินเฟ้อที่ซบเซาในสหรัฐ แต่เฟดก็บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการคุมเข้มนโยบายเล็กน้อยในปีนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 17 ก.ย.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯในเดือนสิงหาคมลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคมแต่ก็ทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะใม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในคืนนี้ ทั้งนี้ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องหลังธนาคารกลางสหรัฐฯลงมติคงอัตราดอกเบี้ย โดยระบุถึงความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดการเงิน และเงินเฟ้อที่ซบเซาในสหรัฐ แต่เฟดก็บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการคุมเข้มนโยบายเล็กน้อยในปีนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 17 ก.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลงมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Fed Funds Rate โดยระบุถึงความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดการเงิน และอัตราเงินเฟ้อที่ซบเซาในสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.39% สู่ 16,674.74, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.26% สู่ 1,990.2 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.1% สู่ 4,893.95 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (17 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯเดือนสิงหาคมส่งผลให้นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในคืนนี้ อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็จับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้น 1.43% ส่วนดัชนีเซี่ยงไอ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 2.08% โดยตลาดหุ้นจีนยังคงเป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าดัชนีฯได้สูงขึ้นสอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ แต่ดัชนีได้ลดลงหนักในช่วงท้ายตลาดตามภาวะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังต่ำ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.51% ตามทิศทางของตลาดหุ้นจีน - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 17 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นักลงทุนมองว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่ต่ำอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็ยังระมัดระวังก่อนการประกาศมติการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.90 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 ก.ย. 2558
|
Comments